Showing posts with label ผู้หญิง. Show all posts
Showing posts with label ผู้หญิง. Show all posts

Tuesday, March 24, 2015

สาวๆ ใครที่อยากก้นเด้ง ก้นสวย มาทางนี้เลย

สาวๆ ที่มีปัญหาก้นใหญ่ ก้นย้อย ใส่กางเกงยังไงก็ไม่สวย ยิ่งเวลาใส่บิกินี่ไม่ต้องพูดเลย ถึงเวลาแล้วที่เราจะมาปฏิวัติตัวเอง ด้วยการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และได้ก้นงอนงามดั่งใจ

         นี่คือ 5 ท่ากระชับ ก้นสวย รับรอง 1 เดือนเห็นผล!  วันแรกให้เริ่มต้นจาก 50 ครั้งในท่าเดียว แต่ถ้าชอบทำหลายๆท่าให้เฉลี่ยจนครบ 50 ครั้ง วันแรกให้เริ่มต้นที่ 50 ครั้ง วันที่ 2 เป็น 55 ครั้ง เพิ่มไปทุกวันวันละ 5 ครั้ง จนครบหนึ่งเดือน ในหยุดสัปดาห์ ควรหยุดพักผ่อนร่างกายหนึ่งวัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังจากที่อ่อนล้ามาทั้งอาทิตย์  สาวๆ ใครที่อยากก้นเด้ง ก้นสวย มาทางนี้เลย…


ท่า Squat  กางขาทั้งสองข้างโดยกว้างเท่ากับหัวไหล่ของคุณ จากนั้นค่อยๆย่อตัวลงทำท่าเหมือนนั่งบนเก้าอี้ มือทั้งสองข้างยื่นไปด้านหน้า หรือเท้าสะโพกเอาไว้ก็ได้ สายตามองไปข้างหน้า หัวเข่าทั้งสองข้างต้องไม่เลยปลายเท้า ทิ้งน้ำหนักไปทางด้านหลัง ท่านี้ถือเป็นท่าพื้นฐานที่สาวๆต้องทำ!
ท่า Lunge  เริ่มจากยืนตัวตรง กางขาเล็กน้อย มือทั้งสองข้างเท้าสะเอวไว้ ก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งไปด้านหน้า แล้วย่อตัวให้หัวเข่าด้านหลังเกือบถึงพื้น หัวเข่าด้านหน้าทำมุมฉาก 90 องศา และหัวเข่าต้องไม่เลยปลายเท้า พยายามให้หลังตรง และหน้ามองตรงไปข้างหน้า แล้วดึงเท้ากลับมายืนตำแหน่งเดิม ถ้าเริ่มออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว สามารถเพิ่มความโหดด้วยการใช้ดัมเบลเป็นตัวช่วยด้วยก็ได้

ท่า Donkey Kicks   เริ่มจากอยู่ในท่าคุกเข่าลง วางข้อศอกทั้งสองข้างไว้กับพื้น มือทั้งสองข้างประสานกันไว้ แล้วยกขาข้างใดข้างหนึ่งไปทางด้านหลัง โดยให้ทำมุม 90 องศา แล้วค่อยๆลดหัวเข่าลงกลับมาอยู่ท่าเดิม
ท่า Bridge  เริ่มต้นจากนอนหงายกับพื้น วางแขนสองข้างแนบกับลำตัวไว้ หัวเข่าทั้งสองข้างตั้งชันขึ้นมา แล้วยกสะโพกขึ้นให้สูง โดยให้หัวไหล่ สะโพก หัวเข่า เป็นแนวเฉียง จากนั้น hold ลมหายใจค้างไว้ แล้วค่อยๆวางตัวลงมาจากหลังบน ค่อยๆไล่วางลงไปจนถึงหลังล่าง
ท่า Dumbbell Squats  ยืนกางขาทั้งสองข้าง แล้วยกดัมเบลขึ้น จากนั้นย่อตัวลงให้ขากางออก หงายมือที่ถือดัมเบลทั้งสองข้าง แล้วกลับมาอยู่ท่าเดิม
งานนี้จะท่าเดียว หรือ หลายท่าก็แล้วแต่สาวๆเลยนะจ๊ะ!
ที่มา: woman mthai

Wednesday, September 3, 2014

เรื่องจริงของการออกกำลังกายที่ควรรู้



ในเรื่องของการออกกำลังกาย ยังมีคำถามมากมายที่เป็นข้อสงสัย บางคำถามมีคำตอบที่ชัดเจน แต่บางคำถามอาจมีคำตอบไม่ชัดเจนแค่อาศัยคำพูดต่อ ๆ กันมา แล้วคำตอบไหนที่เราสามารถเชื่อถือหรือนำไปปฏิบัติได้จริงบ้าง เพราะถ้าเราได้คำตอบที่ถูกต้องจะทำให้การออกกำลังกายของเราได้ผลตามต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญปลอดภัยและสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี มีตัวอย่างข้อสงสัยที่มักได้ยินบ่อย ๆ มาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยกันดังนี้

ความเชื่อ :การออกกำลังกายที่ดีที่สุดควรทำในตอนเช้า

ความจริง : จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายสามารถทำในช่วงไหนของวันก็ได้ จะได้ผลที่ไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณสะดวกและมีช่วงว่างเวลาไหนที่สามารถออกกำลังกายได้ ขอให้มีการออกกำลังกายรวมแล้วอย่างน้อยประมาณ 30 นาทีในแต่ละวันก็สามารถช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ลงได้


ความเชื่อ : ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อลดไขมันก่อน ก่อนที่จะยกเวทเพื่อกระชับกล้ามเนื้อต่อไป

ความจริง : ผลการวิจัยบ่งชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายที่เหมาะสม ควรประกอบด้วยการยกน้ำหนักร่วมกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคไปพร้อมๆ กัน โดยการยกน้ำหนัก หรือ weight training จะมีผลช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับได้สัดส่วนที่สวยงาม นอกจากนี้ผลจากการยกน้ำหนักอีกอย่างหนึ่ง คือ เมื่อร่างกายแข็งแรงและมีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นจะยิ่งทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นแม้ในขณะพัก ซึ่งสังเกตได้จากคนที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันหรือลดน้ำหนักตัวลงโดยการฝึกแบบแอโรบิคเพียงอย่างเดียว เมื่อหยุดออกกำลังกายไปสักพักน้ำหนักตัวจะกลับขึ้นมาเหมือนเดิม หรือบางคนอาจจะมากกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว เมื่อเริ่มออกกำลังกายใหม่น้ำหนักตัวก็จะลง แต่เมื่อหยุดมันก็จะกลับขึ้นมาอีก น้ำหนักขึ้น-ลงสลับกันไปหรือที่เรียกว่า Yo-yo effect เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักร่วมกับแบบแอโรบิคแล้ว น้ำหนักตัวจะไม่เปลี่ยนแปลงกลับขึ้นมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจะช่วยในการเผาผลาญพลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินออกไปขณะออกกำลังกายเป็นหลัก นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด เป็นต้น


ความเชื่อ : ผู้หญิงมักกลัวการออกกำลังกายแบบ weight training เพราะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นไม่สวยงาม

ความจริง : ฮอร์โมนเพศมีผลอย่างมากในประเด็นนี้ โดยผู้ชายมีปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) มากกว่าผู้หญิง ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์โปรตีน เมื่อผู้ชายออกกำลังกายแบบ weight training อย่างหนัก ฮอร์โมนตัวนี้จะทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนและสร้างกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมา แต่ในผู้หญิงจะมีปริมาณฮอร์โมนนี้ค่อนข้างน้อย โดยจะมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) มากกว่า ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิง ไม่ได้ทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนสร้างกล้ามเนื้อแบบเดียวกับฮอร์โมนเพศชาย

จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเพศปกติจะต้องออกกำลังกายแบบ weight training อย่างน้อย 4?6 ชั่วโมงต่อวันถึงจะมีขนาดกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นมาเหมือนคนเล่นกล้าม ซึ่งสำหรับคนทั่วไปก็ยากที่จะออกกำลังกายติดต่อกันได้นานถึงขนาดนั้น แต่ข้อดีสำหรับผู้หญิงที่ออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยกระชับสัดส่วนรูปร่างให้สวยงาม นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย (metabolism)ในการควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูง


ความเชื่อ : การออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อเผาผลาญไขมันควรใช้เวลามากๆ แต่ใช้ความหนักระดับต่ำๆ จึงจะดี

ความจริง : การออกกำลังกายแบบแอโรบิคนั้นร่างกายจะใช้พลังงานทั้งจากคาร์โบไฮเดรต (ในรูปของกลูโคสและไกลโคเจนที่สะสมอยู่ในเลือด ตับ และกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย) และไขมันเป็นหลัก โดยการออกกำลังกายแต่ละครั้งจะใช้พลังงานมากน้อยเพียงใดให้ดูได้จากจำนวนของแคลอรีที่เผาผลาญออกไป ในคนที่ออกกำลังกายเบาๆ แต่นาน เช่น การเดิน 40-45 นาที อาจจะเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 200-350 แคลอรี เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่วิ่ง 30 นาที อาจเผาผลาญพลังงานที่ 250-300 แคลอรี ซึ่งต่างกันเพียงเล็กน้อย ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเบาๆ แต่นานๆ เพียงอย่างเดียวในการเผาผลาญพลังงานออกไป เมื่อออกกำลังกายได้สักระยะหนึ่งก็จะมีความฟิตแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มความหนักหรือระยะเวลาในการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นตาม หรือถ้าคนที่ฟิตแข็งแรงดีอยู่แล้วสามารถออกกำลังกายในระดับความหนักที่สูงได้ ก็จะส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานหรือแคลอรีโดยรวมมากขึ้น ไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะถูกใช้ไปได้เช่นเดียวกัน


ความเชื่อ : ในการออกกำลังกายแบบ weight training ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นให้ยกช้าๆ แต่ถ้าไม่ต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ควรยกเร็วๆ

ความจริง : ความจริงแล้วการยกน้ำหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นหรือกระชับขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการยก แต่จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราออกแรงมากกว่า ตามคำแนะนำของ American College of Sports Medicine (ACSM) ซึ่งเป็นสถาบันที่แนะนำรูปแบบต่าง ๆ ของการออกกำลังกายที่ทั่วโลกยอมรับ ได้กำหนดไว้ว่าถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นควรใช้น้ำหนักที่สามารถออกแรงยกได้เพียง 1-6 ครั้งในแต่ละเซต หรือประมาณ 80-100% ของน้ำหนักที่สามารถยกได้สูงสุดเพียงหนึ่งครั้ง (1 Repetition Maximum หรือ 1 RM) แต่ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรงจะต้องใช้น้ำหนักที่สามารถออกแรงยกได้ประมาณ 12-15 ครั้งในแต่ละเซต หรือประมาณ 650-75% ของน้ำหนักสูงสุดที่สามารถออกแรงยกได้ใน 1 ครั้ง และความเร็วในการยกควรจะสอดคล้องกับจังหวะการหายใจเข้า-ออกมากกว่า โดยให้หายใจออกทางปากช้า ๆ ขณะออกแรงยก และหายใจเข้าทางจมูกขณะผ่อนแรงหรือปล่อยน้ำหนักลง อย่ากลั้นหายใจขณะที่ออกแรง เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและเป็นอันตรายได้

นพท. ธีรพล หอมสุคนธ์
เรียบเรียงโดย นพ.ปณิธาน ประดับพงษา
วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า


ที่มา www.yaandyou.net

Thursday, July 31, 2014

9 กิจกรรมทำสมองให้ Active

สาวๆ คนไหนที่อยากฝึกสมองให้ Active วันนี้เรามีกิจกรรมดีๆ มานำเสนอคะ เป็นกิจกรรมที่สาวๆ สามารถทำได้เอง วันหยุดว่างๆ ลองทำดูนะคะ


Wednesday, June 11, 2014

ความคิดเห็นดารากับกีฬายอดนิยม Pilates


มาดูกันคะ ว่าเหล่าดารา คนดังทั้งหลาย ที่ได้ลองเล่นพิลาทีสแล้ว เขารู้สึกยังไงกันบ้าง

Jennifer Aniston, TV and movie star

“I’m a Pilates person. It’s great. I had a chronic back, a pinched nerve and a hip problem and it’s completely solved all of it. I love it. It makes me feel like I’m taller.

ฉันเป็นแฟนตัวยงของพิลาทีสเลยละคะ มันดีจริงๆ เมื่อก่อนเคยมีปัญหาที่หลังเรื่้อรังมานาน เส้นประสาทกระตุก และปัญหาที่สะโพก หลังจากเล่นพิลาทีสแล้ว ปัญหาเหล่านั้นก็หายไปเลยคะ ฉันหลงรักกีฬานี้มากๆ มันทำให้ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองสูงขึ้นคะ


Dillon Gee of the Mets

“Pilates is awesome … You think it’s for chicks, and it should be easy — and it’s hard.”

พิลาทีสมันเยี่ยมจริงๆ คุณอาจคิดว่าเป็นกีฬาสำหรับผู้หญิง และมันควรจะง่ายแต่จริงๆ มันยากครับ


Curt Schilling

It really does work. The hard part is getting past looking really really stupid for the first week or two while you are doing it. I did Pilates in my basement and after my wife got done laughing at me a couple times, I decided it was something I needed to do. Then in the fourth week I started to understand the Pilates terminology, the idea of working from your center. By the third month I was more powerful and flexible than ever before. And I’d lost 15 pounds.

เป็นกีฬาที่ได้ผลเยี่ยมจริงๆ ขั้นตอนที่ยากที่สุดก็คือ ตอนอาทิตย์หรือสองอาทิตย์แรกๆ ดูเหมือนตัวเองจะโง่ๆ ผมฝึกพิลาทีสที่ชั้นใต้ดินที่บ้่าน หลังจากที่ภรรยาผมหัวเราะเยาะอยู่สองสามครั้ง ผมก็ได้คิดได้ว่ามีอะไรบางอย่า่งที่ผมต้องทำ อาทิตย์ที่สี่ผมเริ่มเข้าใจพิลาทีสมากขึ้น หัวใจหลักคือการฝึกปฏิบัติจากภายใน พอย่างเข้าเดือนที่สามผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากขึ้น และร่างกายยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่สำคัญคือผมลดน้ำหนักไป 15 ปอนด์ครับ


David Beckham

“I do an hour of Pilates a day … fitness-wise I am the best I have been for a long time”

ผมฝึกพิลาทีสวันละหนึ่งชั่วโมง ผมรู้สึกดีกับตัวเองมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว


Jennifer Garner

“I started feeling like I didn’t have time or energy for it, but now I realize I didn’t have energy because I wasn’t exercising. So I work out with my trainer or do an hour of pilates at 6 or 7 a.m. I’m done by the time my household is awake. I don’t do it every day, and if I need to cancel, I cancel.”

ฉันสึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีเวลาและภาระกำลังเลย แต่ตอนนี้ฉันคิดออกแล้วว่าทำไมไม่มีกำลังเลย ก็เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย หลังจากที่คิดได้ก็เริ่มออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ หรือเล่นพิลาทีสวันละหนึ่งชั่วโมงช่วงหกถึงเจ็ดโมงเช้า พอทำเสร็จคนในบ้านก็ตื่นพอดี ฉันไม่ได้ทำทุกวันหรอก ถ้าจำเป็นต้องยกเลิก ก็ยกเลิกคะ


Oprah

“…moving out from the center [core], awareness, harmony, balance, and control help me embody where I’m going with my life. I’m moving from my core. I move differently. Pilates really has changed my life.”

การเคลือนไหวจากส่วนกลาง การตระหนักรู้ การประสานเป็นหนึ่งเดียว ความสมดุล และการฝึกควบคุม ช่วยให้ฉันรู้ว่าชีวิตต้องเดินไปทางไหน ฉันเดินทางจากตรงกลาง และเคลื่อนไหวในแนวทางที่แตกต่าง พิลาทีสช่วยเปลี่ยนชีวิตของฉันจริงๆ คะ


Vanessa Williams

“I was doing Pilates before people even knew how to spell Pilates…. Core strength balances your entire body. It pulls your shoulders back, tucks in your pelvis, makes you walk straighter, and gives you great posture.”

ฉันเริ่มเล่นพิลาทีสตั้งแต่ก่อนที่คนทั่วไปจะเริ่มรู้จักว่าพิลาทีสนี่คืออะไร ความแข็งแรงของกระดูกส่วนกลางช่วยทำให้ร่างกายทุกส่วนสมดุล ช่วยทำให้สะโพกผาย หลังผึ่ง ทำให้เดินตรง และมีรูปร่างที่สง่างามขึ้นคะ


Chelsea Handler

“I was a fitness fiasco — until I found Pilates . . . It’s been the most gentle on my body . . . I’m longer and leaner and much more graceful. I can honestly say it’s changed my body — and my life.”

แต่ก่อนฉันเล่นฟิตเนสคะ จนกระทั่งได้มาเจอพิลาทีส เรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่อ่อนโยนกับร่างกายมกาๆ ยิ่งเรียนยิ่งรู้สึกว่าตัวเองอ่อนช้อย งดงาม บอกตรงๆ เลยคะว่าพิลาทีสช่วยเปลี่ยนรูปร่างและเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดีขึ้่นจริงๆ คะ


Anna Pacquin

“I’m obsessed with Pilates”

ฉันหลงพิลาทีสอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยละคะ


Sandra Bullock

“I do a lot of Pilates”

ฉันฝึกพิลาทีสเยอะมากเลยคะ


Ashley Greene (Twilight)

“i do [Pilates] early in the morning,” “It wakes you up, and it’s kind of refreshing.”

ฉันฝึกพิลาทีสในตอนเช้าตรูคะ มันช่วยปลุกให้ฉันตื่น และเป็นกีฬาที่ช่วยให้ความกระชุ่มกระชวย


Jason Kidd, NJ Nets (NBA)

“Pilates has made me quicker, more explosive.”

พิลาทีสทำให้ผมเคลื่อนไหว้เร็วขึ้น และมีพลังมากขึ้น


Miley Cyrus

“Pilates is my favourite part of the day.”

พิลาทีสเป็นส่วนในกิจวัตรประจำวันที่ฉันชอบทำคะ

ที่มา pov.winstonpilatesla.com

มาดูลีลาของเหล่า Celebs เล่น Pilates กันคะ


ลีลาสวยของ Paris Hilton


เดวิด เบคแคม หรือ David Robert Joseph Beckham หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ ก็เล่นพิลาทีสเช่นกันคะ กีฬานี้ผู้ชายควรเล่นเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพิ่มซิคแพคให้ร่างกายคะ


วิกทอเรีย แคโรไลน์ เบคแคม (Victoria Caroline Beckham) ก็เล่นพิลาทีสเช่นกันคะ เล่นพิลาทีสตอนตั้งครรภ์ ช่วยให้คลอดง่ายคะ


ดาราสาวสุดสวย Hilary Duff ก็โชว์ลีลาได้โปรสุดๆ คะ

มองหาคอร์สพิทลาทีส (Pilates) ในราคาสุดคุ้ม อย่าลืมนึกถึง Sanooklife นะคะ รับประกันราคาถูกที่สุดในกรุงเทพ หากเจอคอร์สที่ถูกกว่า เรายินดีคืนเงิน

พิลาทิส Reformer 10 Classes ลด 5% จาก 6,500 เหลือ 6,175 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sanooklife.com/collections/pilates-bangkok-1

ลงทะเบียนวันนี้ รับสิทธิพิเศษ แบ่งจ่าย นานสูงสุด 10 เดือน

Saturday, May 31, 2014

มวยไทย เพื่อการลดน้ำหนัก สร้างหุ่นฟิต


มวยไทยถือว่าเป็นศิลปะการป้องกันตัวแและเป็นศิลปะการต่อสู้โดยไม่ใช้อาวุธของไทยที่มีมาช้านานตั้งเเต่สมัยโบราณกาล เเละได้ถูกพัฒนามาเป็นกีฬาในรูปเเบบมวยไทยอาชีพ เเต่ด้วยในสมัยก่อนวงการมวยถูกจำกัดโดยผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เเละมีภาพลักษณ์ไปในทางการพนันและผู้มีอิธิพล เลยทำให้คนทั่วไปเข้าถึงกีฬาชนิดนี้ได้ยาก ทั้งๆ ที่มวยไทยนั้นในสายตาชาวต่างชาติถือว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมมาก มีสถานที่สอนราคาเเพง หรือบางคนลงทุนบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาเรียนอย่างจริงจัง เเละมวยไทยยังเป็นต้นเเบบของกีฬาการต่อสู้อย่าง มวย K1 และ UFC อีกด้วย

เพราะเหตุนี้จึงได้มีการผลักดันจากหลายฝ่ายส่งเสริมกีฬามวยไทยให้กลายเป็นกีฬาที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยทำให้มีรูปเเบบที่เป็นสากลมากขึ้น ดูปลอดภัย เเละไม่น่ากลัวอย่างเมื่อก่อน เเละค่ายมายหลายๆ ค่ายก็เปิดพื้นที่บริการแก่คนทั่วไปเข้าฝึกเพื่อการลดน้ำหนักเเละการออกกำลังกายได้จึงเป็นที่มาของกระเเสมวยไทยพีเวอร์ในปัจจุบัน รวมถึงที่มีดาราเซเล็ปมากมายใช้มวยไทยเป็นการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักบ้าง กระชับหุ่นบ้าง เพราะมวยไทยถือว่าเป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อ เเละใช้พลังงานสูงมาก ถือเป็นการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบที่ดี เพราะคุณจะได้ใช้กล้ามเนื้อในทุกส่วน และมันทำให้การเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีด นี่ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดน้ำหนัก โดย 24 Hour Fitness clubs ได้เผยว่านักเรียนในคลาสของเขานั้นสามารถเผาพลาญได้ถึง 800 แคลอรี่/ ชั่วโมงเลยทีเดียว

วิธีการฝึกที่ได้ผล

- การฝึกนั้นควรหาสถานที่ฝึกเเละครูฝึกที่ดี เพื่อที่เราจะได้ท่าทางที่ถูกต้อง และปลอดภัย ที่ฝึกราคาเเพงก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป
- ต้องจริงจัง ใจสู้ เละไม่เหยาะเเหยะ ไม่เขิล ไม่อาย อย่าตัดสินใจฝึกมวยไทยเพื่อการลดน้ำหนักตามอย่างดารา ตามกระเเส เพราะคุณจะเสียเงินไปเปล่าๆ เพราะราคาค่าเทรนเเต่ละครั้งไม่ใช่ถูกๆ
- อย่าคาดหวังว่าไปฝึกมวยไทยเเล้วหน้าจะยังเป๊ะ เมคอัพเต็มไม่ไหลไม่เยิ้ม เพราะคุณคิดผิด
- ไม่กลัวเจ็บ ฟกช้ำดำเขียวกับมวยไทยเป็นเรื่องธรรมดา

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

โดยมากอุปกรณ์ที่ค่ายหมายหรือที่ฝึกจะมีบริการให้เเล้วเเต่สภาพของค่าย อย่าคาดหวังเรื่องความสะอาด เพราะเป็นเรื่องยากที่การใช้อุปกรณ์ร่วมกันจะสามารถควบคุมกลิ่นและความสะอาดได้ ทางออกที่ดีถ้าคิดจะจริงจังและมีกำลังซื้อก็สามารถหานวมคู่ใจซักคู่เป็นของตัวเองก็ดี

นวมอาจจะเป็นนวมซ้อม หรือนวมที่ใช้เพื่อการออกกำลังกาย ก็ได้โดยมากจะเเบ่งตามขนาดตัว เเละ ความหนักเเน่นของการใช้ ให้ลองถามครูผู้สอนดูว่าเราเหมาะกับนวมน้ำหนักเท่าไหร่ สถานที่ซื้อ หาซื้อได้ที่เเถวๆ สนามมวยลุมพีนี เเละหลังสนามสนามศุภชลาศัย หรือร้านขายเครื่องกีฬาทั่วไป
ผ้าพันมือ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ รอบฟกช้ำดำเขียวบนมือได้

อุปกรณ์อื่นๆ ที่จะเป็น เช่นสนับเเข้ง เเองเกิลสำหรับสวมที่เท้า อันนี้แล้วเเต่ความหนักหน่วง เเละพลังในการออกของคุณ ออกเเรงมาก็ต้องป้องกันมาก



วิธีการเลือกที่ฝึก

จริงๆ ถ้าเราจะฝึกมายไทยที่เป็นการออกกำลังกาย หรือเพื่อลดน้ำหนัก ก็สามารถเลือกที่สะดวก ใกล้บ้านใกล้ที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถเข้าไปฝึกได้อย่างต่อเนื่อง ราคาพอเหมาะพอควรกับฐานะเพราะจากประสบการณ์ ค่าเทรนมวยไทยนั้นมีตั้งเเต่เทรนฟรี ไปจนถึงครอสละหลายๆ หมื่นบาท อยู่ที่สภาพค่ายมวย อุปกรณ์เเละสิ่งอำนวยความสะดวก เรื่องความรู้นั้นไม่ต่างกันมาก เพราะทางค่ายเค้ารู้ว่าเรามาออกเพื่อการออกกำลังกายเว้นเเต่ถ้าจะจริงจังก็ต้องเเจ้งกับทางค่ายเพื่อให้จัดการเทรนที่เฉพาะขึ้น และจัดเทรนเนอร์ที่เหมาะสมกับระดับของเรา

ลักษณะการฝึกขึ้นอยู่กับค่าย เเละที่ฝึก อาจจะมีการเเบ่ง level ของผู้ฝึกเป็นระดับ Beginner Advance เเละ Professional โดยที่บางที่จะเเบ่งเป็นกลุ่ม เทรนเนอร์ 1 คนกับนักเรียน 5-10คน หรือ การฝึกเเบบตัวต่อตัว(ซึ่งอันนี้เหมาะกับระดับ Advance ขึ้นไป) รูปเเบบการฝึกจะต้องเริ่มต้นด้วยการอบอุ่นร่างกาย วิ่ง หรือกระโดดเชือก จากนั้น ชกลม ก่อนจะลงนวมล่อเป้าโดยเทรนเนอร์ เเละมาบอร์ดีเวท เเล้วจึง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (เเล้วเเต่ที่ฝึกด้วยนะคะ)ระยะเวลาการฝึกจะอยู่ที่ประมาณ 1 – 1.30 ชั่วโมง

เรื่องที่ว่าการฝึกมวยเเล้วลดน้ำหนักได้หรือไม่ ต้องบอกเลยว่าถ้าเราเทรนหนัก เหนื่อยเเล้วกลับมากินเเบบไม่ยั้งคิดน้ำหนักก็ไม่ลงเเน่นอน ดังนั้นควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เเละวางปริมาณอาหารที่เหมาะสมควบคู่ไปด้วยจะดีที่สุด

สำหรับสาวๆ ที่สนใจคอร์สเรียนมวยไทยเพื่อลดน้ำหนัก และสร้างรูปร่างกระชับ เรามีคอร์สเรียนมวยไทยราคาสุดคุ้มมานำเสนอคะ เรียนมวยไทย 15 Classes ราคาเพียงแค่ 5,700 บาท เรียนกับอาจารย์มืออาชีพแบบตัวต่อตัว 2 ชั่วโมงในหนึ่ง Class สำหรับคนที่เป็นสมาชิก Sanooklife รับส่วนลด 10% เหลือเพียงแค่ 5,400 บาท รับประกันราคาถูกที่สุดในกรุงเทพ หากเจอคอร์สที่ถูกกว่า เรายินดีคืนเงิน

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 08 1660 0864 หรือ http://www.sanooklife.com/collections/learn-muay-thai-bangkok



หรือหากอยากเรียนมวยไทย ไปพร้อมๆ กับกีฬาอื่นๆ เช่น โยคะฟลาย พิลาทีส ฟิตเนส บูธแคมป์ และเรียนเต้น เรามีโปรแกรมดีๆ มานำเสนอคะ Passport mix โปรแกรมฟิตเนสสุดพิเศษ Mix and Match กีฬาที่ชอบ สตูโอที่ใช่ด้วยตัวเอง สามารถใช้ร่วมกับเพื่อน หรือกับแฟนก็ได้นะคะ โดยมีแพ็คเกจให้เลือก 3 แบบคะ ได้แก่

Activation passport 10 คลาส 
ราคา 5,990 บาท ใช้ภายใน 3 เดือน

Fit and firm passport 20 ครั้ง 
ราคา 10,990 บาท ใช้ภายใน 5 เดือน

New body 30 ครั้ง 
ราคา 15,990 บาท ใช้ภายใน 6 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sanooklife.com/collections/passport-mix-activities

ที่มา www.lovefitt.com


Saturday, May 24, 2014

4 กิจกรรมสุดเทรนดี้ บอกลาแคลอรี่ที่รัก


ก่อนอื่นเลยหากจะอ่านคอลัมน์นี้ให้สนุก โปรดเตรียมเพลงเต้นสุดมันในแบบคุณให้พร้อมจากนั้นเปิดมันให้ดังสุดเสียง พร้อมนะคะ หากคุณกำลังเบื่อกับอะไรเดิมๆ และกำลังมองหากิจกรรมใหม่ๆ ที่สามารถบอกลาไขมันส่วนเกินได้ เราขอเสนอ 4 กิจกรรมสุดเทรนดี้ บอกลาแคลอรี่ที่รัก รัก รัก โอ้ว มันยอดมาก ซาร่า

โพลแดนซ์ – เปลี่ยนคุณให้เซ็กซี่…

โพลแดนซ์ (Pole Dancing) หรือที่คุณอาจจะเขียนคุ้นเคยกับการเรียกชื่อแบบสยิวๆ ว่าการเต้นรูดสาว และก่อนนี้ก็อาจเคยถูกกล่าวว่าเป็นการเต้นของสาวที่เต้นกินรำกิน แต่บัดนี้ขอแนะนำให้คุณทราบว่าโพลแดนซ์คือการเต้นของสาวๆ ไฮโซทั้งหลายแล้ว และขณะนี้มันยังเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักสุดฮิตทั่วโลกในเวลานี้ โดยท่วงท่าที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะนี้จะทำให้สาวๆ ออกกำลังทุกสัดส่วนใช้พลังงานไปอย่างพลังงานอย่างมาก และยังเป็นการสวมความเซ็กซี่ได้อีกด้วย

โพลแดนซ์ : 500 แคลอรี่ต่อชั่วโมง




ซุมบ้า ลีลาสุดเร้าใจ

การเต้นแบบซุมบ้า (Zumba) เป็นอีกหนึ่งกระแสที่มีมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะที่ประเทศแถบอเมริกา โดยจะเป็นการผสมผสานลีลาการเต้นกับจังหวะอันเร้าใจของทั้ง การระบำท้องของแดนภาระตะ ฮิบฮอปสุดเท่ ลาตินสุดพริ้ว และการแอโรบิก การแสดงออกมาก็จะเซ็กซี่ได้ออกกำลังทุกส่วนและสนุกสนานคลายจากความเครียด ซุมบ้าจึงเหมาะกับสาวๆ ทุกวัย และทุกขนาดน้ำหนักตัวเลยทีเดียว

ซุมบ้า : 500-800 แคลอรี่ต่อชั่วโมง




บูทแคมป์

บูทแคมป์(Boot Camp) ฟังดูออกไปทางอะไรที่เกี่ยวข้องกับค่ายทหารเปล่าเลย บูทแคมป์เป็นอีกเทรนด์หนึ่งของการออกกำลังกายหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ซึ่งจะเป็นลักษณะการออกกำลังกลางแจ้ง ตามสวนสาธารณะ ริมหาดทราย หรือยิม โดยประยุกต์มาจากการออกกำลังฝึกฝนร่างกายในค่ายทหาร รูปแบบการออกแรงจึงค่อนข้างหนักหน่วงและจริงจัง ขณะเดียวกันก็จะได้ผลดีด้วย

บูทแคมป์ : 600 แคลอรี่ต่อชั่วโมง




PX90 สุดเทรนดี้

ยุคสมัยนี้จะทำอะไรต้องมีแอพลิชั่นมารองรับการใช้ชีวิต พีเอ๊กซ์ซิกตี้ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายที่ทันสมัยซึ่งจะอยู่ในลักษณะของโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบมาให้คุณปฏิบัติตามอยู่ที่บ้านโดยไม่ต้องพึ่งพายิมหรือฟิตเนสราคาแพง โดยโปรแกรมจะออกแบบมาอย่างเหมาะสมในแต่สัปดาห์ แต่ละเดือน โดยคุณจะต้องอุปกรณ์เสริมอย่างดรัมเบล เสื่อโยคะฯลฯ เพื่อรองรับการออกกำลังกายแบบทันสมัยนี้ด้วย

PX90 : 550-750 แคลอรี่ต่อชั่วโมง

สำหรับสาวๆ ที่อยากออกกำลังกายแบบหลากหลาย ไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเต้นซุมบ้า บูธแคมป์ มวยไทย พิลาทีส โยคะฟลาย วันนี้เรามีโปรแกรมดีๆ มานำเสนอคะ Passport mix โปรแกรมฟิตเนสสุดพิเศษ Mix and Match กีฬาที่ชอบ สตูโอที่ใช่ด้วยตัวเอง สามารถใช้ร่วมกับเพื่อน หรือกับแฟนก็ได้นะคะ โดยมีแพ็คเกจให้เลือก 3 แบบคะ ได้แก่ 

Activation passport 10 คลาส 
ราคา 5,990 บาท ใช้ภายใน 3 เดือน

Fit and firm passport 20 ครั้ง 
ราคา 10,990 บาท ใช้ภายใน 5 เดือน

New body 30 ครั้ง 
ราคา 15,990 บาท ใช้ภายใน 6 เดือน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sanooklife.com/collections/passport-mix-activities


Thursday, May 15, 2014

เทรนด์ไหน เหมาะกับใคร


มวยไทย 

การฝึกมวยไทยให้ประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ที่ชัดคือได้กล้ามเนื้อเกือบทุกส่วน เพราะท่าทางการฝึก เช่น การออกหมัดซ้าย – ขวา นอกจากได้ใช้กล้ามเนื้อที่แขนแล้ว ยังได้กล้ามเนื้อที่หัวไหล่ด้วย ทั้งยังได้ความแข็งแรงของกระดูกข้อต่อ ลดไขมันในร่างกายที่สำคัญคือ ฝึกสมาธิ ปฏิภาณไหวพริบในการหลบหลีกอันตราย และเพิ่มความคล่องแคล่วว่องไวให้ประสาทสัมผัส

ข้อจำกัด

ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับไขข้อและกระดูก โรคความดันโลหิตสูง ไม่ควรออกกำลังกายด้วยการชกมวย หรือต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

อายุ

4 ขวบเป็นต้นไป



โยคะฟลาย

ความแตกต่างระหว่างโยคะธรรมดาและโยคะฟลายคือ โยคะฟลายช่วยยืดเหยียดร่างกาย กล้ามเนื้อ และข้อต่อโดยเฉพาะกระดูกสันหลัง โดยไม่มีแรงกัดทับจากร่างกายส่วนอื่นเหมือนการฝึกท่าโยคะธรรมดาและการออกกำลังกายประเภทอื่น ผู้เรียนสามารถฝึกท่าโยคะระดับสูงได้ง่ายกว่าโยคะธรรมดา เพราะผ้าจะช่วยพยุงตัวและทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก ลดอาการบาดเจ็บจากการฝึกได้เป็นอย่างดี

ข้อจำกัด

ผู้ที่มีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ผู้ที่เตรียมตัวตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์

อายุ

ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความพร้อมของร่างกาย



พิลาทิส

พิลาทิสเป็นการออกกำลังกายที่เน้นกล้ามเนื้อหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อสะโพก ต้นขา ลำต้น ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและมีความยืดหยุ่นมาก

ข้อจำกัด

ผู้ที่มีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง

อายุ

ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความพร้อมของร่างกาย



โพลแด๊นซ์ (Pole Dance) 

โพลแด๊นซ์ได้รับการคิดค้นจากกลุ่มนักเต้นในสหรัฐอเมริกาและพัฒนาเป็นการออกกำลังกายที่รวบรวมเทคนิคการเต้นและกีฬายิมนาสติกเข้าด้วยกันโพลแด๊นซ์เป็นการออกกำลังกายที่ได้ครบทั้งความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพราะต้องออกแรงเหวี่ยงและแรงในการยกตัวเพื่อปีนขึ้นเสาทั้งนี้จะได้กล้ามเนื้อที่สวยงาม เหมาะกับสัดส่วนของแต่ละคน เนื่องจากใช้น้ำหนักของตัวเองในการฝึก

นอกจากนี้ยังให้ผลเชีนเดียวกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพราะต้องฝึกตามจังหวะเพลง จึงได้ความแข็งแรงของปอดและหัวใจ นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่ไม่มีแรงกระแทกด้วย

ข้อจำกัด

ผู้ที่มีโรคประจำตัว คือ โรคหัวใจ ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่นควรปรึกษาแพทย์ หากได้รับคำแนะนำให้เล่นกีฬาประเภทโยคะและว่ายน้ำได้ ก็สามารถเล่นโพลแด๊นซ์ได้เช่นกัน

อายุ

ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงและความพร้อมของร่างกาย

เช็กทุกเทรนด์การออกกำลังกายแล้ว สนใจแบบไหนเลือกได้ตามใจ แล้วลุกขึ้นไปออกกำลังกายกระตุ้นให้โกร๊ธฮอร์โมนหลั่ง เพื่อความเป็นหนุ่มเป็นสาวของทุกคนค่ะ

สำหรับสาวๆ ที่อยากทดลองเรียนกีฬาดังกล่าวข้างต้น อย่าลืมคิดถึงเรา Sanooklife นะคะ รับประกันราคาถูกที่สุดในกรุงเทพคะ พร้อมรับส่วนลด สิทธิพิเศษ และของที่ระลึก หลังจากสมัครเป็นสมาชิก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sanooklife.com

ที่มา: healthmeplease.com

Kbank smart pay โปรแกรมแบ่งจ่ายคอร์สออกกำลังกาย นานสูงสุด 10 เดือน


วันนี้เอาโปรแกรมดีๆ แบ่งจ่ายคอร์สออกกำลังกาย นานสูงสุด 10 เดือน มาฝากกันคะ

สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบกีฬาพิลาทีส และโยคะฟลายนะคะที่บางครั้งรายจ่ายเยอะ แต่ก็ไม่อยากพลาดซื้อคอร์สออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพที่แข็งแรง ฟิต แอนด์ เฟิร์ม วันนี้เรามีตัวช่วยมานำเสนอคะ

โปรแกรม Kbank smart pay แบ่งจ่าย นานสูงสุด 10 เดือน สามารถใช้ได้กับคอร์สพิลาทีส และโยคะฟลาย

โดยสามารถลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://www.sanooklife.com/collections/pilates-bangkok-1 พร้อมรับสิทธิชำระเงินในราคาพิเศษที่สตูิดิโอ (The Pilates Bangkok BTS ชิดลม ในซอยถนนหลังสวน เดินจากบีทีเอส 5 นาที ไม่ไกลค่ะ สะดวก มีที่จอดรถฟรี และใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย)

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ Sanooklife ยังมีโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษมากมายที่่จะช่วยให้สาวๆ สบายกระเป๋า พร้อมรับคอร์สเรียนคุณภาพ

คอร์สเรียนพิลาทิส Pilates Bangkok 6,175 บาท (ปกติที่สตูดิโอ 6,500)
สมัครสมาชิก Sanooklife ฟรี รับส่วนลด 10% เหลือ 5,850 บาท

คอร์สเรียน Yoga fly Aerial dance 10 classes 4,655 บาท (จากปกติ ราคาที่สตูดิโอ 4,900 บาท) ราคานี้พิเศษ เฉพาะคนที่ลงทะเบียน Online ผ่านหน้าเว็บไซต์ sanOOklife เท่านั้นนะคะ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sanooklife.com/collections/50-yogafly-bangkok

Friday, March 21, 2014

มวยไทย หมัด-เข่า-ศอก ช่วยหุ่นฟิต


จากรายงานองค์การอนามัยโลกในปี 2551 พบว่า โรคอ้วนลงพุง ที่เกิดจากการสะสมอาหารในร่างกายในรูปของไขมัน โดยเฉพาะบริเวณรอบเอว เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้แก่ โรคเบาหวานร้อยละ 58 โรคหัวใจขาดเลือด ร้อยละ 21 และโรคมะเร็งบางชนิด ร้อยละ 8-42

ทั้งนี้จากการสำรวจมาตรฐานเส้นรอบเอวของคนไทย ซึ่งผู้ชายไม่ควรเกิน 90 ซม. และหญิงไม่เกิน 80 ซม. พบว่ามีผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินมาตรฐานมากถึง 9 ล้านคน ในจำนวนนี้กลายเป็นคนอ้วนลงพุงไปแล้วกว่า 6 ล้านคน ซึ่งเส้นรอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 5 ซม. จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน 3-5 เท่า และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดได้ประมาณ 5 เท่า สธ.จึงได้เร่งส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกายมากขึ้น

ล่าสุดสธ.ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวคิดในการสร้างรูปแบบการออกกำลังกายทางเลือก โดยนำภูมิปัญญามวยไทย คือ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก มาเป็นท่าในการออกกำลังกาย ซึ่งจากการวิจัยในกลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มผู้สูงอายุ ทำสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30-40 นาที เป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่าทำให้ทุกกลุ่มมีสมรรถภาพร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการฝึกฝนจิตใจให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง อดทน รวมทั้งมีความภาคภูมิใจและรักความเป็นไทยมากขึ้นด้วย (ที่มาข้อมูล: health.kapook.com)

มวยไทย ถือว่าเป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อ เเละใช้พลังงานสูงมาก เป็นการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบที่ดี เพราะได้ใช้กล้ามเนื้อในทุกส่วน และทำให้การเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีด ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดน้ำหนัก โดยสองชั่วโมงสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 2,000 แคลอรี่เลยทีเดียว

ปัจจุบันมวยไทยได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก ดาราฮอลลีวูดหลายๆ คน เช่น คุณแม่ลูกดก แองเจลิน่า โจลี่ ก็เลือกมวยไทยเป็นกีฬาคู่ใจ เธอเผยว่าไม่มีครั้งไหนที่เธอต้องปรับโฉมตัวเองยกใหญ่เหมือนคราวที่ต้องรับบท ลาร่า ครอฟท์ ในหนัง Tomb Raider เธอใช้เวลา 3 เดือนเข้าคอร์สเรียนมวยไทยและฝึกโยคะ เพื่อปรับรูปร่างให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีหนุ่มตุ้ยนุ้ยจำนวนมากในอเมริกาและอังกฤษที่ลดน้ำหนักด้วยมวยไทย ที่เป็นข่าวหน้าหนึ่งผ่านมา ก็ได้แก่ หนุ่มเมืองผู้ดีที่หนักถึง 235 กิโลกรัม ฝึกมวยไทย 2 ปี น้ำหนักลดลงกว่า 100 กิโลกรัม

ดาราฝั่งดาราไทย ก็มีหลายๆ คนที่ออกกำลังกายด้วยมวยไทย เช่น เจี๊ยบ โสภิตนภา ไฮโซสาวสุดมั่น ผู้มากความสามารถ เป็นทั้งนักแสดง พิธีกร "ประเด็นไม่ใช่ว่าอยากอ้วนหรือไม่อ้วน แต่การต่อยมวยทำให้เหงื่อออกเป็นจำนวนมาก พอเหงื่อออกเยอะเราก็ติด เหมือนกับอะดรีนาลีน (Adrenaline) มันออกมา จึงมีความสุข ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าออกกำลังกายกันอย่างหนักหน่วง สนุก มีความสุขดีค่ะ" (ที่มาข้อมูล: www.manager.co.th)

นางแบบหุ่นเซ็กซี่อย่างลูกเกด เมทินี ก็เผยเคล็ดลับหุ่นสวยของเธอว่า "การดูแลรูปร่างของลูกเกด เน้นการออกกำลังกายค่ะ ตอนนี้ก็มีต่อยมวย ต่อยมานานเป็นปีละค่ะ ก่อนที่เค้าจะฮิตกันอีก นอกจากนั้นถ้ามีเวลาว่างก็แอโรบิคแล้วก็ยกเวทนิดหน่อย แต่ส่วนมากจะเน้นต่อยมวย เพราะจะเผาผลาญไขมัน และออกำลังกายได้ทุกส่วน ถ้าเราเตะ เข่า ในท่าถูกวิธี รูปร่างก็จะดูเฟริม์ขึ้นไม่หย่อนคล้อย"

นอกจากนี้ยังมีดาราดังๆ มากมายที่หันมาออกกำลังด้วยการต่อยมวย ได้แก่ "เชียร์-ฑิ ฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์", "วิกกี้-สุนิสา เจทท์", "ลุลา หรือตุ๊กตา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย", "นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ" และ "มาริสา แอนนิต้า" เป็นต้น

สำหรับสาวๆ ที่สนใจคอร์สเรียนมวยไทยเพื่อลดน้ำหนัก และสร้างรูปร่างกระชับ เรามีคอร์สเรียนมวยไทยราคาสุดคุ้มมานำเสนอคะ เรียนมวยไทย 15  Classes ราคาเพียงแค่ 5,700 บาท เรียนกับอาจารย์มืออาชีพแบบตัวต่อตัว 2 ชั่วโมงในหนึ่ง Class สำหรับคนที่เป็นสมาชิก Sanook Life รับส่วนลด 10%  เหลือเพียงแค่ 5,400 บาท รับประกันราคาถูกที่สุดในกรุงเทพ หากเจอคอร์สที่ถูกกว่า เรายินดีคืนเงิน

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com นอกจากนี้ยังมีกีฬาชนิดอื่นๆ ที่ช่วยลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นกระชับ สมส่วนได้เช่นกัน สาวๆ ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

หุ่นสวยกระชับแบบอินเทรนด์ด้วย Pilates

รูปร่างสวยด้วย Yoga Fly

ทำไมใครๆ ก็ออกกำลังกายด้วย Boot camp

Pilates เคล็ดลับความสวยและสุขภาพดีในแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่


ยุคปัจจุบันสาวๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ส่วนใหญ่หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโยคะ ว่ายน้ำ โดยเฉพาะพิลาทีส (Pilates) สาวๆ ทั้งในไทย ต่างประเทศ และดาราฮอลีวูดให้ความสนใจกันอย่างมาก เช่น ฮิลลารี ดัฟฟ์ นางเอกเรื่องซินเดอเรลลาก็ออกกำลังกายด้วย พิลาทีส ในช่วงที่เธอตั้งครรภ์

พิลาทีส (Pilates) ถือเป็นการออกกำลังกายไปพร้อมทำสมาธิ มีความปลอดภัยต่อแม่ที่ตั้งครรภ์ เพราะมีการกระแทกน้อย การเคลื่อนไหวท่าทางต่างๆ เน้นความนุ่มนวล ต่อเนื่อง ลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการขยับเคลื่อนกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ นั้นจะต้องผสานกับการหายใจเป็นจังหวะตามที่กำหนด ช่วยฝึกการหายใจเพื่อปรับสมดุลให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ และมีประโยชน์มากมาย ได้แก่

1. ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อโครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย รวมไปถึงกล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อหลัง และกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกเชิงกรานด้านล่าง กล้ามเนื้อทั้งหมดจะเป็นแรงพยุงตามธรรมชาติให้กับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ให้รู้สึก สบายและคลอดง่าย
2. การออกกำลังกายเป็นการรวบรวมพลังจากภายในสู่ภายนอกทำให้มีสมาธิ มีจิตใจมั่นคง อารมณ์มั่นคง ไม่แปรปรวน
3. การออกกำลังกายจะค่อยๆ ยืดกล้ามเนื้อช่วยลดอาการปวดต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปวดหลัง ปวดแขน ปวดขาได้
4. ช่วยบริหารกระดูกอุ้งเชิงกราน ฟื้นฟูร่างกายเร็วขึ้น

สำหรับคุณแม่ที่สนใจกำลังมองหาคอร์สเรียนพิลาทีส ราคาสุดคุ้ม เรามีคอร์สแนะนำคะ  Pilates Pregnancy คอร์ส 3 เดือน 10 Classes ราคาเพียงแค่ 4,750 บาท (ปกติ 5,000 บาท)  หากสมัครเป็นสมาชิก Sanook Life รับทันทีส่วนลด 10% เหลือ 4,500 บาท รับประกันราคาถูกที่สุดในกรุงเทพ หากเจอคอร์สที่ถูกกว่า เรายินดีคืนเงิน

สตูดิโอตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่ อาคาร Portico ตรงข้าม เซ็นทรัลชิดลม ในซอยหลังสวน 150 เมตรจาก BTS ชิดลม เดินได้สะดวก มีที่จอดรถบริการฟรี และใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร หรือสถานที่ชอปปิ้ง

สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com


บทความที่เกี่ยวข้อง 

หุ่นสวยกระชับแบบอินเทรนด์ด้วย Pilates

รูปร่างสวยด้วย Yoga Fly


3 ท่าพิลาทีส…เฟิร์ม & ฟิต แบบไม่ยุ่งและไม่ยาก!



Wednesday, February 12, 2014

สครับผิวสวยต้อนรับวาเลนไทน์


ใกล้ๆ จะถึงวันวาเลนไทน์แล้วนะคะ นอกจากการเตรียมของขวัญเซอร์ไพร์สคนรักแล้ว สิ่งที่สาวๆ ควรทำอีกอย่างก็คือ เตรียมตัวพอกหน้า สครับผิวให้สวยใสเพื่อเอาใจคนรักกันคะ

การสครับผิวด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เป็นวิธีเผยผิวใหม่ให้มีความชุ่มชื่น นุ่มนวล ซึ่งส่วนมากนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสารสกัดจากธรรมชาติ เพราะจะได้เม็ดสครับที่มีขนาดเล็ก ลดการเสียดสีระหว่างเม็ดสครับกับผิว พร้อมมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยย่อยสลายเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนละมุน ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผิวจึงเนียนใสและมีสุขภาพดี ซึ่งสารสกัดจากธรรมชาติที่นิยมนำใช้ในการสครับผิวมีดังต่อไปนี้

“เมล็ดกาแฟ” มนต์มหัศจรรย์ของกาแฟอีน กาแฟมีคุณสมบัติในการรักษาและถนอมผิว ด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวขจัดพิษให้กับผิวชั้นนอก และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวชั้นในให้ดูเปล่งปลั่ง พร้อมปรับสภาพความดันโลหิตและกระตุ้นการเผาผลาญไขมันใต้ชั้นผิวด้วย

“ใบชาเขียว” สมุนไพรสุดฮิตของคนตะวันออก มีคุณสมบัติช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง โดยจะขับสารแอนตี้ออกซิแดนท์ โพลีฟีนอล ที่มีความสามารถในการฟอกออกซิเจนให้ผิวกลับมาเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ ยังมีสารกาเฟอีนและสารฝาดแคททิคิน ที่ช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายให้ดีขึ้น เผาผลาญไขมัน ลดริ้วรอยในชั้นผิว ทำให้ผิวกระจ่างและสมบูรณ์ขึ้น

“ลาเวนเดอร์“ เอสเซนเชียลออยล์แห่งการบำบัด มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและผ่อนคลายร่างกายไปพร้อมๆ กัน ขณะเดียวกัน ก็ช่วยลดอาการปวดหัวและไมเกรน ควบคุมและปรับสมดุลระบบทำงานของต่อมไขมันใต้ชั้นผิวหนัง และมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย

“ผลส้ม” อุดมด้วยคุณค่าจากธรรมชาติ โดยเฉพาะ วิตามีนซี ที่มีสารช่วยขจัดความหมองคล้ำของผิวพรรณ บำรุงผิวใหม่ให้ขาวเนียน และลบรอยแห้งกร้าน ทำให้ผิวพรรณแข็งแรงขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

ที่มา: women.thaiza.com

ดื่ม "คอลลาเจนผง" แล้วเต่งตึงขาวจั๊วะ เรื่องจริงหรือเพ้อไปเอง


ความขาวแบบง่ายๆ มักครองใจคนรุ่นใหม่เสมอ เทรนด์ใหม่ล่าสุด! คอลลาเจน (Collagen) ในรูปแบบผง 1 ซองต่อ 1 วัน จึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซองเดียวชงกับน้ำ หรือเติมในอาหารรับประทานง่าย

"ผิวขาว หน้าใส เร่งด่วน เห็นผลภายใน 1 สัปดาห์ !! โดดเด่นด้วยคอลลาเจนเข้มข้น ไม่ต้องฉีดปลอดภัย 100%"

นี่คือตัวอย่างคำโฆษณาสรรพคุณของเจ้าคอลลาเจนผง สาวกความขาวจึงแห่ซื้อมากินเพราะหวังว่าจะขาวและเต่งตึงได้ประโยชน์ 2 เด้ง

คอลลาเจนผงไร้ประโยชน์ ไม่ดูดซึม เปลือง!

คอลลาเจนผง ไม่มีประโยชน์ แทบจะไม่ได้ดูดซึมอะไรเลย จะถ่ายทิ้งออกมาหมด เปลือง" นพ.ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Skeyndor Clinic กล่าว

"ถามว่า ทำไมคอลลาเจนผงถึงกำลังเป็นที่โด่งดัง คงจะเป็นเรื่องของการมาร์เก็ตติ้งมากกว่าครับ เพราะสารส่วนใหญ่ที่ออกฤทธิ์จะโดนกรดในกระเพาะทำลายหมด ยกเว้นวิตามินบางชนิดเท่านั้นเท่านั้นเอง

ถ้าจะได้ผล คอลลาเจนต้องฉีดเข้าไป หรือเป็นการใช้ทาข้างนอกและใช้เครื่องมือพิเศษผลักไอออนให้คอลลาเจนเข้าไป หรือมีเลเซอร์บางตัวไปกระตุ้น ไปสั่นเพื่อให้คอลลาเจนเกิดการกระตุ้น ปลุกให้คอลลาเจนตื่นตัว เพราะตอนนี้มันหลับอยู่ พอเข้าไปกระตุ้นมันก็จะตื่นนั่นเอง

 และคอลลาเจนสามารถสร้างเพิ่มขึ้นมาได้ เช่น การร้อยไหม หรือการใช้เครื่องเลเซอร์ผลักหรือกระตุ้น จะทำให้คอลลาเจนตื่นตัวได้"

คุณหมอย้ำว่า "แต่ถ้าใช้กิน ไม่ค่อยเวิร์ก ไม่แนะนำ" พร้อมอธิบายต่อว่า คอลลาเจนไม่ได้ทำให้ขาวหรอก แต่เป็นเพราะสารตัวอื่นมากกว่าซึ่งผลข้างเคียงเพียบ

 "การกินแล้วแล้วขาวนั้น อาจจะเป็นเพราะการผสมกลูตาไธโอน หรือผสมสารปรอท ซึ่งสารปรอทนี่ขาวแน่นอน แต่ผลข้างเคียงเยอะมาก ทำให้ตับ ไต พังหมดเลยครับ ในระยะสั้นขาวจริง แต่ในระยะยาวเป็นผลเสียต่อร่างกายมาก ระยะยาวนั้นถ้าเป็นคนไข้ที่ไม่ได้มีโรคประจำตัว เช่น ตับไม่ได้วาย ไตไม่ได้วาย อาจจะราวๆ 1 ปี ติดต่อกันไตจะเกิดอาการวาย"

ดังนั้นการทานคอลลาเจนผง คุณหมอฟันโช๊ะว่า กินแล้วไม่ได้ขาวใสปิ๊งขึ้นหรอก แต่เป็นเรื่องของ "การคิดไปเอง”มากกว่า

"ถ้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องของการเงิน ถ้าซื้อได้ กินได้ รู้สึกดี ก็กินครับ ผมว่ามันเป็นเรื่องของสุขภาพจิตด้วยนะ ถ้ากินแล้วรู้สึกดี รู้สึก healthy ราคารับไหว กินแล้วไม่ได้มีผลข้างเคียงอะไร ตรวจดูแล้วไม่ได้มีสารปรอท ไม่มีสารเคมีอื่นตกค้างก็สามารถกินได้ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามอะไร

แต่ถ้ากินแล้วจะหวังผลว่ามันจะต้องได้อย่างนั้นขาวได้อย่างนี้ก็คงไม่ใช่จุดประสงค์ เพราะการกินคอลลาเจนผงไม่ได้กระตุ้นให้ขาวได้จึงบอกไม่ได้ว่าทานกี่มิลลิกรัมต่อวันแล้วจะขาว น่าจะเป็นส่วนของกลูต้าไธโอนบวกกับวิตามินซีมากกว่า"

ที่มา: www.manager.co.th

Wednesday, December 18, 2013

เคล็ดลับหน้าอ่อนกว่าวัย


ใครๆก็อยากมีอายุยืนยาว เป็นหนุ่มเป็นสาวพันปี หมื่นปี และมีใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ผิวพรรณผ่องใส เนียนนุ่มเหมือนทารกแรกเกิด จริงๆ แล้วใครๆ ก็ทำได้คะ ลองอ่านเคล็ดลับนี้ดูสิคะ

 1. บริหารสมองเป็นประจำไม่ให้ฝ่อหรือเสื่อมไว ทำได้ด้วยการอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง ดูหนัง หรืออาจเล่นเกมไขปริศนาอักษรหรือ crosswords น่าสนุกดีออก

 2. เสริมร่างกายให้ฟิตอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และเสริมสร้างร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย และหมั่นไปออกกำลังกาย วิ่งไล่จับหรือปั่นแปะบ้างก็ได้ ขืนอยู่นิ่ง ๆ นาน ๆ จะเป็นอัมพาตเอานะ

3. ห้ามโดนแสงแดดแรงจัด นาน ๆ ถ้าคุณไม่เคยทำตัวเป็นคุณนายถือร่มกันแดดกันลมติดตัวตลอดเวลาก็ทำซะเถิด ไม่งั้นก็ต้องพึ่งครีมกันแดดแล้วล่ะคะ

 4. แวดล้อมไปด้วยเพื่อนดี ๆ เชื่อเถอะอยู่ท่ามกลางฝูงชน จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจเบิกบานสดใส ถ้ากำลังมีเรื่องมีราวอะไรทุกข์ใจ อยากระบายความในใจก็ทำได้ ทันที หายเครียดเร็วเป็นปลิดทิ้ง โอ้ย อย่างนี้ไม่ชอบได้ไงละ

 5. ขยันทำสมาธิ และควบคุมน้ำหนักตัวเอง ทำได้เท่านี้จิตใจก็เป็นสุข แล้วหละ

ที่มา: www.shape.in.th

Monday, December 16, 2013

8 ความลับของสาวสวยสุดเซ็กซี่


ในขณะที่คนซึ่งน้ำหนักเกินส่วนมากนั้นมักที่จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการกินมากซะเป็นส่วนใหญ่ เราลองมาแอบดูว่าคนผอมๆ นั้นทำหรือไม่ทำอะไร แล้วคุณจะเลียนแบบพวกเธอได้ยังไงกัน

1 . พวกเธอบอกว่าความหิวนั้นไม่ได้เป็เรื่องเร่งด่วน

คนส่วนใหญ่ที่ดิ้นรนกับเรื่องน้ำหนักตัวนั้นมักที่จะมองความหิวเป็นสิ่งที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ถ้าคุณกลัวว่าคุณจะหิว คุณก็อาจกินมากเกินไปอยู่เสมอๆ แต่คนผอมๆ นั้น มักจะทนมันได้มากกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงมัน

การเลียนแบบ เลือกวันที่เรายุ่งๆ เพื่อที่จะเลื่อนเวลาอาหารกลางวันออกไปอย่างจงใจสักหนึ่งหรือสองชั่วโมง หรือลองพยายามงดของว่างมื้อบ่ายสักหนึ่งวัน คุณก็จะเห็นได้ว่าตัวเองนั้นก็ยังสบายดีอยู่ จากนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้ยินเสียงท้องร้อง คุณก็จะสามารถควบคุมตัวเองไม่ให้วิ่งเข้าหาของกินในทันทีได้

2. พวกเธอต้องรู้จักการควบคุมตัวเอง

งานวิจัยที่มหาวิทยาลัย Tufts พบว่า ปัจจัยที่จะทำนายได้ถึงการมีน้ำหนักขึ้นของผู้หญิงในวัย 50 และ 60 คือระดับของความยับยั้งชั่งใจ ผู้หญิงที่มีความยับยั้งชั่งใจสูงนั้นจะมีดัชนิมวลกายจะต่ำกว่า

การเลียนแบบ เตรียมพร้อมไว้สำหรับในช่วงเวลาที่คุณมักจะขาดความยับยั้งชั่งใจอย่างมาก เช่น ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองหรือเวลาอยู่กับเพื่อน ถ้าคุณชอบกินตอนงานเลี้ยง ก็บอกตัวได้เองว่าคุณจะกินของว่างแค่หนึ่งชิ้นในรอบที่สี่ ซึ่งมันถูกส่งผ่านมา ถ้าหากคุณกินมื้อค่ำนอกบ้านลองสั่งอาหารมาแบ่งกันกับเพื่อน หรือถ้าคุณเครียด ก็ให้แน่ใจว่าคุณมีของว่างที่เคี้ยวได้ (อย่างเช่น ผลไม้หรือแครอตแท่ง) เอาไว้ใกล้ๆตัว

3. พวกเธอกินอาหารที่พวกเธอพึงพอใจมากกว่าที่จะกินให้แน่นท้อง

ในอัตราความอิ่มจาก 1 ถึง 10 ผู้หญิงที่รูปร่างผอมนั้นจะหยุดกินเมื่อถึงระดับ 6 หรือ 7 ขณะที่คนส่วนใหญ่นั้นมักกินต่อไปจนถึงระดับ 8 หรือ 10 มันอาจเพราะคุณสำคัญผิดระหว่างความอิ่มกับความพึงพอใจ หรือคุณนั้นอาจเคยชินที่จะต้องกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้านั้นให้หมดไม่ว่าที่จริงนั้นคุณไม่รู้ว่าคุณนั้นต้องการมันหรือไม่

การเลียนแบบ เพื่อกินแบบเดียวกับผู้มีรูปร่างผอม วางช้อนลง และประเมินความอิ่มจากอัตราส่วน 1 ถึง 10 ทำแบบเดียวกันอีกครั้ง เมื่อเหลือสักห้าคำ เป้าหมายนั้นก็คือเพิ่มความรู้ตัวถึงความพึงพอใจของตัวเองในระหว่างการกิน (มันยังจะทำให้คุณกินได้ช้าลงซึ่งมันให้โอกาสความอิ่มนั้นส่มาจากสมอง)

4. พวกเธอไม่ชอบอยู่นิ่งๆ

โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงรูปร่างผอมจะยืนมากกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งทุกวัน มันสามารถช่วยเผาผลาญได้ 33 ปอนด์ต่อปี นี่เป็นผลจากการศึกษาของลินิกเมโย ในเมืองโรเชลเตอร์ สหรัฐฯ

การเลียนแบบ การศึกษานั้นแสดงให้เห็นว่าคนเรานั้นมักที่จะประเมินความแอ็คทีฟของตัวเองเกินไป คนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลา 16-20 ชม. ในแต่ละวันไปกับการนั่ง ลองใส่เครื่องนับก้าวเพื่อดูว่าคุณเข้าใกล้จำนวน 10,000 ก้าวแค่ไหน และในแต่ละวันคุณควรออกกำลัง 30 นาที รวมกับการเคลื่อนไหวอื่นๆ เช่น การเดินขึ้นลงบันได เป็นต้น

5. พวกเธอนอนหลับสนิท

ผู้หญิงหุ่นดีบางคนมักนอนมากกว่า 2 ชม. ต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับคนที่น้ำหนักเกิน งานวิจัยของโรงเรียนแพทย์อีสเทิร์นเวอร์จิเนียบอกเช่นนั้น นักวิจัยเชื่อว่าการนอนน้อยทำให้ระดับของฮอร์โมนที่ช่วยกดความอยากอาหาร (Lepfin) ต่ำลง และระดับของฮอร์โมนที่เพิ่มความอยากอาหาร (Ghrelin) สูงขึ้น

การเลียนแบบ ลองประมาณ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็คือประมาณ 17 นาที/ต่อวัน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายกว่ามาก แม้คุณจะงานยุ่งเพียงใดก็ตาม เริ่มต้นตรงนั้นและค่อยๆ เพิ่มเวลานอนให้ได้วันละ 8 ชม. ในแต่ละคืน ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทุกคน

6. พวกเธอไม่ใช้อาหารเพื่อเยียวยาอารมณ์เศร้า

ไม่ใช่ว่าผู้หญิงรูปร่างผอมบางมีภูมิด้านทานต่อการกินตามอารมณ์หรอก แต่ว่าพวกเธอมักจะรู้ตัวว่า เวลาที่ทำอย่างนั้นและหยุดมันได้

การเลียนแบบ ถ้าหากว่าคุณนั้นหิวจริงๆ กินของว่างที่มีประโยชน์ อย่างเช่นถั่วหนึ่งกำมือ เพื่อหยุดความหิวเอาไว้ ก่อนที่จะรออาหารมื้อต่อไป แต่ถ้า คุณหงุดหงิด เหงา หรือเหนื่อย ลองหาทางออกที่ปราศจากแคลอรี่ เช่น ออกไปวิ่งหรือกระโดดโลดเต้นไปมารอบๆ อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นนั้นจะไปช่วยให้ความโกรธหายไป เหงาก็โทรหาเพื่อนสิ หรือไม่ก็ไปเดินเล่นที่ศูนย์การค้าหรือถ้าเหนื่อยก็ไปนอนเสียดีกว่า

7. พวกเธอกินผลไม้มากกว่า

งานวิจัยเมื่อปี 2006 ใน Journal of the American Dieletic Association ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงรูปร่างผอมบาง มักกินผลไม้มากกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน กินเส้นใยอาหารมากกว่าและกินไขมันน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคนอ้วน

วิธีเลียนแบบ ลองเริ่มสำรวจการกินของคุณเพื่อหาทางเพิ่มผลไม้ (ไม่ใช่น้ำผลไม้นะ) เข้าไป ตั้งเป้ากินให้ได้สองหรือสามส่วนต่อวัน เช่น เพิ่มผลไม้ลงไปในอาหารแต่ละมื้อ หรือกินผลไม้เป็นของหวาน

8. พวกเธอนั้นสร้างความเคยชิน

การกินอาหารที่หลากหลายนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากหลากหลายมากจนเกินไปละก็มันอาจส่งผลเสียได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการกินอาหารที่มีรสชาติแตกต่างกันมากเกินไปทำให้คุณนั้นยิ่งกินมากขึ้น คนผอมนั้นมักที่จะมีรูปแบบของการกินที่วางแผนมาแล้วอย่างดี มีของแปลกๆ เพิ่มเข้ามา 2-3 อย่าง แต่ส่วนใหญ่อาหารที่พวกเะอกินนั้นจะคาดเดาได้

การเลียนแบบ ลองกินอาหารหลักๆ ซ้ำๆกันในแต่ละมื้อ เช่น กินซีเรียลตอนเช้า กินสลัดตอนกลางวัน กินปลาตอนเย็น เป็นต้น มัน OK ที่จะเพิ่มทูน่าหรือไก่ย่าง เข้าไปกับสลัดผักในบางมื้อ แต่การกินกับอาหารหลักๆ ที่เดาได้ จะทำให้คุรนั้นไม่กินมากจนเกินไป

ที่มา: www.shape.in.th

Thursday, December 12, 2013

มหัศจรรย์แห่งเชียร์บัตเตอร์ (Shea Butter)


กระแสตอนนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นหลายบริษัทได้สั่งเชียร์บัตเตอร์เข้ามาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เพราะผลทดลองทางเคมีรับรองว่าสามารถช่วยในด้านผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวที่แห้งและแพ้ง่าย นั่นก็กลายเป็นโชคดีของชาวบ้านทางตอนเหนือของชาวกาน่า ทางแอฟริกาตะวันตก เพราะเชียบัตเตอร์ที่พวกเขาปลูกสามารถทำรายได้หลักให้ครอบครัว นำมาจุนเจือรายจ่ายต่างๆ

เชียบัตเตอร์เป็นสารสกัดธรรมชาติ จากเชียนัท (shea nut) เมล็ดที่ได้จากต้น African shea tree อันเป็นพืชพื้นเมืองของพวกชาวแอฟริกา คุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากน้ำมันเชีย เหมือนสมุนไพรชนิดพิเศษที่ให้วิตามิน A, D, E, F, โปรตีนและใยอาหาร สามารถเข้าดูแลถึงชั้นผิวในสุด ช่วยฟื้นฟูผิว ปกป้องเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย ผิวแห้ง ผิวแตก และช่วยลบรอยเหี่ยวย่น กระตุ้นเซลล์ผิวให้มีชีวิตชีวา ยืดหยุ่น ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างอ่อนโยน ช่วยฟื้นฟูผิวจากรอยแผลเป็น ต่อต้านการอักเสบจากรอยแผล ผิวแตกลายจากการขยายตัวเช่น จากความอ้วน หรือคุณแม่ตั้งครรภ์, รอยแผลเป็นจากความร้อน เชียบัตเตอร์เป็นสารบริสุทธิ์ จึงดีต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง



เมื่อเราอายุมากขึ้นเซลล์ผิวหนังจะเป็นรูมากขึ้นและยืดหยุ่นน้อยลง เมื่อใช้เชียบัตเตอร์ซึ่งจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและทำให้เซลผิวหนังกลับมายืดหยุ่นดังเดิม และเมื่อใช้อย่างสม่ำเสมอเซลล์ผิวจะปล่อยให้ความชื้นซึมผ่านเซลล์เข้ามาใน ขณะเดียวกันก็จะรักษาความชื้นให้คงอยู่ได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ เชียบัตเตอร์ คือ ครีมวิตามินเอจากธรรมชาติแท้ๆ วิตามินเอนี้จะช่วยปรับสภาพและฟื้นฟูผิวไม่ว่าจะเป็นรอยเหี่ยวย่น (wrinkle) ผื่นคัน (eczema) ผิวหนังอักเสบแบบไม่ร้ายแรง (dermatitis) ยังให้ผลดีกับอาการแพ้ที่ผิวหนัง แมลงกัดต่อย แดดเผา (sunburn) หิมะกัด (frostbite) และอาการทางผิวหนังอื่นๆ

ทุกๆ บ้านควรจะมีเชียบัตเตอร์ ครีมสารพัดประโยชน์ติดบ้านไว้สัก 1 กระปุก ไม่ว่าจะเอาไว้ใช้เป็นครีมบำรุงผิวเป็น moisturize หรือครีมหน้าใส ลดรอยเหี่ยวย่น หรือจะใช้สำหรับรักษาอาการทางผิวเล็กๆ น้อยๆ แมลงสัตว์กัดต่อยโดยไม่มีอันตราย เรียกได้ว่า "Shea Butter" คือเพื่อนที่ดีที่สุดของผิวหนังเลยละคะ

สำหรับสาวๆ  ที่สนใจอยากจะทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากเชียบัตเตอร์เพื่อบำรุงผิวพรรณ เราขอแนะนำ Shea butter soap bio - Lavande และ Shea butter soap bio - Rose สบู่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว กระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บความชื้น ผิวนุ่มและเนียนขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนอะหนะ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ผสมผสานกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบและลาเวนเดอร์ อาบสะอาดและหอมติดทนนานตลอดทั้งวัน

สามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com



Saturday, December 7, 2013

บำรุงผิวสวยด้วยน้ำนมลา


การดื่มนมเป็นประจำนอกจากจะทำให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยให้กระดูกแข็งแรง และทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ มีน้ำมีนวลอีกด้วย

นอกจากดื่มนมเป็นประจำทุกวันแล้ว เรายังสามารถบำรุงผิวพรรณให้ดูสวยเปล่งปลั่งได้ด้วยผลิตภัณฑ์จากนม โดยเฉพาะ "นมลา"

น้ำนมลา (donkey milk) ถูกนำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณตั้งแต่ยุคอิยิปต์โบราณ ย้อนไปนับพันปี พระนางคลีโอพัตราผู้เลื่องลือเรื่องความงามทั้งใบหน้าและผิวกายที่เนียนนุ่มจนสยบกษัตริย์มาหลายต่อหลายพระองค์ ก็มีสูตรลับสุดคลาสสิกตลอดกาลที่ทำให้พระนางคงความสวยอยู่เสมอ คือการแช่พระวรกายในอ่างที่เติมน้ำนมลาสดลงไป หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นการอาบน้ำนมนั่นเอง

น้ำนมลาอุดมด้วยวิตามิน A, B1, B2, B6, C, D เกลือแร่และธาตุหลากหลายชนิด เซราไมด์ (แคลเซียมเหล็กแมกนีเซียมฟอสฟอรัส) อีกทั้งกรดแลกติก ที่ทำหน้าที่เป็นกรดไฮดรอกซีอัลฟาธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารที่ละลายเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกได้โดยง่าย รวมถึงน้ำนมสามารถทำความสะอาดผิวได้ลึกลงไปจนถึงชั้นผิวชั้นใน และโปรตีนในนมสดจะกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลิตคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ผิวจึงมีความยืดหยุ่น นุ่มนวลขึ้นได้ง่ายๆ

สำหรับสาวๆ  ที่สนใจอยากจะทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จากนมลาเพื่อบำรุงผิวพรรณ เราขอแนะนำสบู่เหลว และสบู่ก้อนจากประเทศฝรั่งเศส (Beauty French soap "Savon de Marseille" Donkey milk shower gel and soa) โดยสามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com


 

Friday, December 6, 2013

มาเต้นสะบัดไขมันและสลายความเครียดกันเถอะ!


การเต้นนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียดแล้ว ยังช่วยให้ผู้ฝึกมีบุคลิกภาพที่ดี มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น ที่สำคัญ คือ มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และมีหุ่นสวย ผอม เพรียว กระชับ ซึ่่งในปัจจุบันมีสาวๆ หลายคนหันมาออกกำลังด้วยการเต้นเป็นจำนวนมาก และวันนี้เราก็มีการเต้นที่กำลังฮอตฮิตเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศมาฝากกันคะ



1. Belly Dance การเต้นเทรนด์ใหม่ล่าสุดที่ผสมผสานกับพิลาทีส โยคะ การเต้นระบำหน้าท้อง และการเต้นแบบชนเผ่าแอฟริกาไว้ด้วยกัน เริ่มจากการทำสมาธิและผ่อนคลายจิตใจ ก่อนจะเต้นเผื่อการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และบริหารให้หน้าท้องฟิตกระชับ ช่วยให้สาวๆ ใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจ


2. Zumba Dance เป็นการผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายและการเต้นในสไตล์ละติน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายทุกสัดส่วน และกระชับหุ่น กำจัดน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน แซมบ้ามีที่มาจากแนวคิดการออกกำลังกายที่ไม่จริงจังมากจนเกินไปนัก ให้สาวๆ มีเวลาเพลิดเพลินปลดปล่อยตัวเองให้สนุกสนาน พร้อมๆ กับได้เผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินได้มากถึง 500 – 800 แคลลอรี่ ในหนึ่่งชั่วโมง


3. Jazz Dance การเต้นที่ถือกำเนิดมาจากประเทศอเมริกา โดยดึงเอาการเต้นแบบเคลื่อนไหวโดยการแยกส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Isolation) มักเป็นการเต้นกับเพลงที่มีจังหวะเร็ว เช่น ในจังหวะสวิง (Swing) ลินดี้ ฮอป, แบล็ค บอทท่อม, ชาร์เลสตัน  เนื่องจากเป็นการเต้นที่ง่าย มีจังหวะเร็ว คมชัด ท่าเต้นที่สวยงาม พริ้วไหว เป็นการเต้นที่จัดระเบียบร่างกายให้มีความสมดุลได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสนุกสนาน รู้สึกถึงความมีอิสระ จึงทำให้เป็นการเต้นที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในละครเวที ละครเพลง คอนเสิร์ต ต่างๆ นอกจากนี้เราสามารถเห็นสไตล์การเต้นแบบนี้ได้จากศิลปินเพลงป๊อป เช่น Britney Spears หรือ Madonna การเต้นชนิดนี้ทำให้ผู้ฝึกได้พัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ช่วยบริหารหัวใจและปอดให้แข็งแรง เสริมสร้างกระดูกแข็งขึ้นไม่เปราะง่าย และยังเป็นการลดน้ำหนัก โดยในเวลา 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 700-800 แคลอรี  และช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขน และขาอีกด้วยคะ


4. Pole Dance มีต้นกำเนิดจากอเมริกาเช่นกัน จากการแสดงในบาร์ เวลาเต้นจะเคลื่อนไหวโดยใช้เสาเหล็กหรือทองเหลืองในแนวตั้งเป็นอุปกรณ์ประกอบ ท่าที่ใช้มีทั้งนิ่มนวลและแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ผู้เต้นต้องมีร่างกายที่แข็งแรง ทว่ายืดหยุ่นและทนทาน การเคลื่อนไหวเบื้องต้นของการเต้นแบบนี้คือ การหมุน ปีน และการกลับตัวยกขาขึ้น ปัจจุบันโพลแดนซ์ถือเป็นการเต้นเพื่อบริหารร่างกายอย่างหนึ่งที่เห็นประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็ว เป็นที่นิยมในหมู่ดาราฮอลีวูด นักแสดง ดารา นักร้อง บุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งต่างประเทศ และรวมถึงประเทศไทยด้วยคะ การเต้นประเภทนี้ทำให้ผู้เต้นสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 250 แคลอรี ต่อชั่วโมง และยิ่งเต้นเป็นประจำจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายแข็งแรง และมีสัดส่วนที่สมรูปร่างมากขึ้น


5. Flamenco Dance การเต้นที่เป็นศิลปะอันเก่าจากสเปน ผู้เต้นจะแต่งกายด้วยสีจัดจ้าน ในการเต้นนั้นจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 อย่างคือ การร้อง เครื่องดนตรีที่เป็นกีต้าร์ และการเต้นระบำ การเต้นชนิดนี้นอกจากจะทำให้ผู้เล่นเกิดการความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และผ่อนคลายแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิ เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูสง่างาม เพิ่มความทรงตัวที่ดี และความคล่องแคล่วว่องไว และยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วยคะ



6. Kpop dance เป็นแนวเต้นที่เกาหลีดึงเทคนิคการเต้นที่เน้นความพร้อม และนำเอาเทคนิคการเต้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น  pop (ป๊อป) , jazz( แจ๊ส) hip hop (ฮิปฮอป) และเทคนิคการเต้นที่ใช้สรีระเยอะสักนิด แขน ขา สะโพก หน้าท้อง หลัง เข้าไว้ด้วยกัน ถือได้ว่าได้เต้นครบทุกส่วน ดังนั้น การเต้น K-pop จึงมีท่าเต้นที่สวยงาม และกระชับทุกสัดส่วน เป็นการออกกำลังกายชนิดนึงที่ให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการเต้นสไตล์ คัฟเวอร์ (Cover)



7. Hip Hop Dance เป็นการเต้นที่มีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มวัยรุ่นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ใช้คำพูดร้องไปตามจังหวะ หรือที่เรียกว่า แร็ป (Rap) ประกอบกับเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ผสมผสานเข้ากับท่าเต้นที่มีจังหวะปานกลาง ถึงเร็ว มีทั้งเคลื่อนไหวร่างกายแบบการกระตุก (Isolation) และหยุด (Locking) โยกตัว (Bouncing) ขึ้นลง ย่อขา งอเข่า และข้อศอก แขน งอไปตามจังหวะของขา การเดิน (Walking) สไลด์เท้า ก้าวขา กระโดด (Hop) ตามจังหวะดนตรี และยังดึงเอาการเต้นเบรคแดนซ์ (Break Dance) ท่าเต้นที่เลียนแบบในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งท่าเต้นหุ่นยนต์ (Robot) นำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว

สำหรับสาวๆ ที่อยากออกกำลังกายแบบสนุกด้วยการเต้นในราคาสุดพิเศษสุดคุ้ม หรือต้องการออกกำลังด้วยโปรแกรมใหม่ๆ ทันสมัย ไม่ซ้ำใคร พร้อมกับผลลัพธ์ที่่น่าพอใจในเวลาอันรวดเร็ว ก็อย่ารอช้าคะ รีบมาทดลองออกกำลังกายด้วยกีฬาน้องใหม่มาแรงอย่าง Fusion Boxing, Pilates, Yoga Fly, Boot Camp และ Core Suspend โดยสามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com


บทความโดย นันทพร คำยอด