Monday, September 23, 2013

ผลไม้ที่มีประโยชน์กับผิว

ภาพจาก http://shelookbook.com/best-fruits-for-beauty.html

การจะมีผิวพรรณที่สวยกระจ่างใสได้นั้น นอกจากจะต้องดูแลสุขภาพร่างกายภายนอกและจิตใจภายในแล้ว เรื่องของอาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญ ผลไม้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้ผิวพรรณสวยเปล่งประกายจากภายในออกสู่ภายนอกแบบยั่งยืน เราไปดูกันเลยดีกว่าคะว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่จะช่วยให้ผิวของคุณสวยและสดใสเพิ่มมากขึ้น



1. อโวคาโด เป็นผลไม้ที่มากด้วยคุณประโยชน์ สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลไม่ดีและเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลที่ดีต่อร่างกายได้ และยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดไขมันในเส้นเลือด เป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลต่ำ เป็นของว่างชั้นดีของคนที่ต้องการลดน้ำหนัก วิตามินอีที่อยู่ในผลอโวคาโดมีน้ำมันชั้นดี ที่ช่วยปกป้องเซลล์ร่างกายจากมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาเพื่อช่วยในการมองเห็นที่ดีขึ้น มีวิตามินบี ป้องกันโรคเหน็บชาและปากนกกระจอก และยังเต็มไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยลดการเกิดของโรคหวัด เลือกออกตามไรฟัน สามารถป้องกันโรคชนิดต่างๆ รวมไปถึงโรคหัวใจ นอกจากนี้อโวคาโด ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ รวมถึงสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เช่น โซเดียม โพแทสเซียมและโฟเลต



2. ส้ม มีเบต้าแคโรทีน และวิตามิน ที่สามารถใช้รักษาและป้องกันโรคเลือกออกตามไรฟัน และยังมีคุณสมบัติช่วยล้างพิษในร่างกาย เพิ่มความสดชื่นระหว่างวัน หากดื่มน้ำส้มคั้นสดๆ ทุกเช้าจะช่วยเพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด คลอลาเจน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตกและช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็วและแผลเรียบเนียนขึ้น เปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งประกอบด้วย ซิตรัล เจอรานิออล และไลนาโลออล บำรุงผิวพรรณ ให้ผิวสวยเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ผิวเกลี้ยงเกลา และชดชื่นขจัดความหมองคล้ำ ชะลอการเกิดริ้วรอย



3. กล้วย อุดมไปคุณประโยชน์ และช่วยทำให้สบายท้อง หากนำกล้วยดิบทั้งลูกบดกับน้ำให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาล แล้วรับประทานสามารถแก้โรคท้องเสียและแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังเป็นยาระบายอ่อนๆ กล้วยสุกช่วยบรรเทาโรครดสีดวงทวาร อุจจาระแข็ง มีธาตุเหล็กสูง เป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตโฮโมโกลบินในเลือด และช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลังหรือโลหิตจาง



4. มะเขือเทศ ช่วยสมานผิว และรักษาสิวได้ โดยใช้น้ำมะเขือเทศพอกหน้า หรือจะนำมะเขือเทศสุกมาฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาแปะบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้าอ่อนนุ่มขึ้น ซึ่งมะเขือเทศนั้นมีสรรพคุณทางยาค่อนข้างสูง สุดยอดวิตามินแบบดับเบิ้ล มีวิตามินซีมากถึงครึ่งหนึ่งของส้มโอทั้งผล มีวิตามินเอประมาณ 1 ใน 3 ของวิตามินเอที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน ซึ่งช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด  มะเขือเทศอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับประโยชน์ของผลไม่แต่ละชนิดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คิดว่าสาวๆ คงได้รับประโยชน์กันเต็มๆ และอย่าลืมหาซื้อไว้เป็นของว่างในไว้รับประทานกันนะคะ

ที่มา: women.sanook.com


พิลาทีส (Pilates) สลายพุง


วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ จาก health.kapook.com ที่จะช่วยให้สาวๆ มีหน้าท้องกระชับมาฝากคะ  ริญญ์ลภัส นิยม เทรนเนอร์จาก WE Fitness Society แนะนำว่าต้องใช้การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายบริหารหน้าท้องโดยเฉพาะ ซึ่งพิลาทีส (Pilates) เองก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะเน้นบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Core Muscle) ให้แข็งแรง

สำหรับวิธีการนั้น ก็เริ่มง่ายๆ โดย

 Roll Up นอนหงายยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ หายใจเข้าพร้อมเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาด้านในและหน้าท้องให้แน่น ยกศีรษะและลำตัวส่วนบนขึ้นแล้วหายใจออก พร้อมยกช่วงอกขึ้นช้า ๆ จนหัวไหล่อยู่ตรงกับสะโพก จินตนาการเหมือนกำลังโอบบอลลูกใหญ่ไว้ จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องแล้วค่อย ๆ นอนลงช้า ๆ ทำซ้ำ 10 ครั้ง

Teaser นอนหงายแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้น เหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ หายใจออกพร้อมเกร็งหน้าท้อง เพื่อยกเเละเหยียดเเขนพร้อมม้วนแผ่นหลังขึ้นจนขึ้นมานั่งเป็นรูปตัววีแล้วหายใจเข้า ค่อย ๆ ลงไปนอนในท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 6 ครั้ง

ข้อควรทราบ:

การหายใจที่ถูกต้องควรหายใจเข้าทางจมูกให้ซี่โครงขยายออกด้านข้าง และหายใจออกทางปากพร้อมดึงสะดือไปหากระดูกสันหลัง

หากหาเวลาไปออกกำลังกายไม่ได้ การแขม่วพุงเอาไว้ตลอดเวลาก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เหมือนกัน

นอกจากพิลาทีสแล้ว สาวๆ ยังมีหุ่นกระชับสมส่วนได้ด้วยกีฬาชนิดอื่นๆ เช่น มวยไทย โยคะ เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่

รูปร่างสวยด้วย Yoga Fly

 
หุ่นสวยกระชับแบบอินเทรนด์ด้วย Pilates

ผู้หญิงยุคใหม่ สวยด้วยมวยไทย

Wednesday, September 18, 2013

10 เหตุผลดีๆ ที่ควรใช้ LA MAISON DU SAVON DE MARSEILLE

หลายคนคงสงสัยว่า "LA MAISON DU SAVON DE MARSEILLE" คืออะไร และทำไมต้องใช้ด้วย วันนี้เรามีคำตอบคะ

LA MAISON DU SAVON DE MARSEILLE (ลาไมซอน ดูซาวอน เดอมาแซย์) เป็นผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติจากเมืองมาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศส เอกลักษณ์ของ La Maison du Savon de Marseille อยู่ที่ส่วนผสมพื้นฐานอย่างน้ำมันมะกอก, น้ำผึ้ง, น้ำมันดอกลาเวนเดอร์  และเพิ่มความพิเศษด้วยส่วนผสมหลักที่ขาดไม่ได้อย่างสบู่อเล็ป, น้ำมัน Argan และสบู่ดำ

ประวัติความเป็นมาของสบู่มาร์แซย์
เมืองมาร์แซย์เป็นเมืองแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่รู้จักจากนานาประเทศเกี่ยวกับการผลิตสบู่

ย้อนไปในยุคโบราณ : สบู่ก้อนแรกได้ทำขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรีย ( ในเมือง Aleppo ) เมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสต-ศักราช และ ถูกนำเข้าไปในยุโรปโดยชาวครูเสด เรายกย่องสบู่แห่งเมือง Aleppo ให้เป็นบิดาของสบู่ทั้งหมดในยุโรป

ในศตวรรษที่ 19 เมืองมาร์แซย์ได้กลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการผลิตสบู่ ซึ่งมีโรงงานผลิตมากกว่า 10 แห่ง และโรงงานเหล่านี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองมาร์แซย์ในเรื่องการใช้วัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ และ ทุกอย่างสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สบู่มาร์แซย์ได้ รับความสนใจในต้นยุค 80ได้อีกครั้งในเรื่องการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศน์

10 เหตุผล ดีๆ ที่ต้องใช้สบู่มาร์แซย์ ฝรั่งเศส 

1) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ มีส่วนผสมจากธรรมชาติ100% แบ่งเป็นน้ำมันจากพืช 72%. Olive oil,palm oil ไม่มีส่วนผสมของ PARABENS EDTA หรือสารเคมีอื่นๆที่มีอยู่ในสบู่อุตสาหกรรม
2) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สารกันเสียที่ใช้สกัดได้จากธรรมชาติ วิจัยและพัฒนามาจากห้องปฏิบัติการไม่มีการทดลองในสัตว์
3) ใช้ได้นานประหยัด เนื่องจากผลิตด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ จึงใช้ได้นานกว่าสบู่ทั่วไป ถึง 2 เท่า สบู่มาร์แซย์ 1 ก้อนขนาด 250กรัม 1 คนอาบน้ำด้วยฟักบัวใช้ได้นานเกือบ 2 เดือน
4) ใช้ในด้านความงาม เป็นผลิตภัณฑ์ทีไม่มีสารกันเสียสารเคมี เหมาะสำหรับการรักษาผิวหรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง สิว กลาก โรคสเก็ดเงิน และผิวหนังเปราะบาง ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุมชื้นและเรียบเนียน
5) ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ใช้ขจัดคราบได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เป็นเวลาหลายศตวรรษสบู่มาร์แซย์มีชื่อเสียงเรื่องการทำความสะอาดและขจัดคราบสกปรก เพียงถูบริเวณที่มีคราบทิ้งไว้15-30นาที แล้วนำไปซัก จะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เหมาะสำหรับซักเสื้อผ้าเด็กและผู้มีอาการแพ้ง่าย
6) นำสบู่ก้อนไว้ใต้เตียงเพื่อป้องกันสิ่งก่อกวน
7) ใช้เป็นยาสีฟัน ข้อมูลจากทันตกรรม ช่วยบำรุงเหงือกของคุณได้เป็นอย่างดี
ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดแผล ใช้น้ำสบู่มาแซย์ถูเบาในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ.
9) ช่วยไล่แมลงในตู้เสื้อผ้า วางสบู่ก้อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ป้องกันมดแมลง มอดได้เป็ยอย่างดี
10) ใช้เป็นครีมโกนนวด ใช้ได้ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง เรื้อหองสบู่เนียนนุ่ม สามารถใช้เป็นครีมโกนหนวดได้เป็นอย่างดี. ช่วยปกป้องผิวจากใบมีดโกนลดอาการระคายเคือง ช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มเรียบเนียน

สบู่มาร์แซย์มีหลากหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ 

แบบที่ 1 สบู่มาร์แซย์คูป ขนาด 300 กรัม และ 600 กรัม ราคา 390-690 บาท



1 natural cube สีครีม มีส่วนผสม จากน้ำมันจากพืช 72% และน้ำมันปาล์ม

2 olive cube มีส่วนผสมจากน้ำมันมะกอก 72% และ น้ำมันอื่นจากพืช

3 lavender cube มีส่วนผสมจากน้ำมันจากพืช 72% และน้ำมันลาเวนเดอร์

4 natural rectangle  ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูตร natural มีส่วนผสม จาก น้ำมันจากพืช 72% และน้ำมันปาล์ม

แบบที่ 2 สบู่มาร์แซย์ สไตล์สไลด์ คุณสมบัติ เหมือนมาร์แซย์คูป ต่างกัน ที่รูปแบบและปริมาณ รูปแบบมีเชือก ใช้งานง่าย แขวนไว้ในห้องอาบน้ำนำ มือไปถูสบู่ให้เกิดฟอง ถูให้ทั่วตัว แล้วล้างออก ฟองเนียนนุ่น ละลายช้า ล้างออกง่าย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียน ราคา  390-690 บาท

1 small slice natural 250g มีส่วนผสม จากน้ำมันจากพืช 72% และน้ำมันปาล์ม
2 small slice olive มีส่วนผสมจากน้ำมันมะกอก 72% และน้ำมันอื่นจากพืช
3. big slice natural 350g natural  มีส่วนผสม จาก น้ำมันจากพืช 72% และน้ำมันปาล์ม
4 big slice slice olive 350g olive มีส่วนผสมจาก น้ำมันมะกอก 72% และ น้ำมันอื่นจากพืช


สำหรับคนที่สนใจสามารถติดต่อ สอบถาม และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com


บทความที่เกี่ยวข้อง 

มาทำความรู้จักกับสบู่น้ำหอมอาร์แกน
เลือกสบู่อย่างไรให้เหมาะกับผิว


สบู่ดีๆ จากทั่วโลก

Tuesday, September 17, 2013

สบู่ดีๆ จากทั่วโลก

 

บทความที่แล้ว เราได้แนะนำวิธีการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวไปแล้ว บทความนี้เรามีสบู่ดีๆ จากทั่วโลกมาแนะนำกันคะ



1. สบู่โชติดล สบู่สวยที่สุดในโลกจากฝีมือคนไทยด้วยการแกะสลักอย่างประณีต สวยงามดังไกลไปถึงอเมริกา และออสเตรเลีย เป็นทั้งสบู่สมุนไพรที่ทำความสะอาดร่างกาย ของที่ระลึก และของตกแต่งบ้าน มี 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สูตรที่ 1 ลดฝ้า จุดด่างดำ มีส่วนผสมสำคัญคือ ขมิ้นชัน สูตรที่ 2 หน้าใส ไร้สิว มีส่วนประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ไพล และน้ำผึ้ง สูตรที่ 3 หน้าขาวเนียน มีส่วนประกอบสำคัญของ ทานาคา น้ำนม ข้าวบาร์เลย์ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้ง และธรรมดา สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่


2. สบู่มาร์แซย์ เป็นสบู่ที่ชื่อดัง จากเมืองมาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศส โดยเมืองมาร์แซย์เป็นผู้ผลิตสบู่รายใหญ่ ซึ่งมีโรงงานผลิตมากกว่า 10 แห่ง และโรงงานเหล่านี้ได้รับการยกย่องในเรื่องการใช้วัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ และทุกอย่างสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยสบู่มาร์แซย์ เป็นสบู่ที่มีกระบวนการผลิตจากธรรมชาติ ใช้ส่วนผสมหลักจากน้ำมันธรรมชาติสูงถึง 72% เช่น น้ำมันจากปาล์ม น้ำมันมะกอก น้ำมันลาเวนเดอร์ เหมาะสำหรับการรักษาผิวหรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง สิว กลาก โรคสเก็ดเงิน และผิวหนังเปราะบาง ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุมชื้นและเรียบเนียน สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่



3. สบู่ไข่ขาวสวีเดน เป็นสบู่ที่สำนักพระราชวังสวีเดนได้ออกใบ Certificate เพื่อรับรองอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และได้รับการยอมรับในฐานะสบู่แห่งราชวงศ์สวีเดน เป็นที่นิยมในกลุ่มคนชั้นสูงในสวีเดนมาตั้งแต่ ปี 1905 และเป็นที่ยอมรับจากทั่วทวีป หลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย และไต้หวัน ผงไข่ขาวในสบู่ มีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขน ปรับสภาพผิวให้เนียบเรียบ ลดความหยาบกร้าน ควบคุมความมันบนใบหน้า ลาโนลินหรือน้ำมันจากขนแกะที่อุดมไปด้วยกลีเซอลีน เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยรักษาน้ำหล่อเลี้ยงผิว ปกป้องผิวจากมลภาวะ อากาศแห้งและแสงแดด ช่วยสร้างความชุ่มชื้น และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำกุหลาบ มีคุณสมบัติในการสร้างความหอม ทำให้เกิดความผ่อนคลายและกระชับผิว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่



4. สบู่ Lush จากอังกฤษ เป็นสบู่ Handmade แบบน่ารักๆ ที่ทำความสะอาด และบำรุงผิวคุณภาพเยี่ยม ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสารซักล้างที่ทำให้ผิวแห้งตึง (ครีมอาบน้ำ จะมีส่วนผสมของสารซักล้าง ซึ่งเป็นสารจำพวกเดียวกับในน้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ) และที่สำคัญ คือ ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด และสารกันเสีย จึงไม่ทำร้ายผิว และมีโอกาสเกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้น้อยมาก ๆ และช่วยบำรุงผิวให้สวยเนียนนุ่มชุ่มชื่น หลังการอาบน้ำ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดตัวทั้งวัน 



5. สบู่เต้าหู้ญี่ปุ่น มีชื่อเรียกว่า สบู่เต้าหู้โมริตะ (Tofu Moritaya) เป็นสินค้า OTOP จากเมืองคิวชู ​เป็นสบู่สำหรับผิวหน้า มี 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สูตร Natural ก้อนสีขาว มีขายทั่วไปอยู่ตอนนี้ ช่วยทำให้ผิวขาวกระชับรูขุมขน ใบหน้านุ่มเนียนไม่แห้งตึง สูตรนี้จะปราศจากสี น้ำหอม และ สารลดแรงตึงผิว จึงทำให้อ่อนโยนและปลอดภัย สูตรที่สอง ก้อนสีแดง ผสมอมิโนคอลลาเจน วิตามินซี และนมแดง Red Tofu เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นกระ ฝ้า จุดด่างดำบนใบหน้าช่วยทำให้ใบหน้าขาว มีสีผิวสม่ำเสมอ สุดท้าย สูตรสีเขียว คล้ายสบู่ตรานกแก้วของไทย มีส่วนผสมของน้ำมันดอกยูคาลิปตัส ดอกโรสแมรี่ทำให้ไม่ระคายเคืองผิว ช่วยลดการอักเสบของผิวได้อย่างดี ลดสิวและการอักเสบของผิวหน้า สิวจะค่อยๆยุบและหายไป ปลอดภัย และไม่มีสารเคมีเพราะทำจากเต้าหู้แท้ 100%


บทความโดย นันทพร คำยอด 




เลือกสบู่อย่างไรให้เหมาะกับผิว

ภาพจาก http://www.totojakey.com/tag/skin/
สบู่ในปัจจุบันนั้น มีหลายยี่ห้อ หลากหลายสรรพคุณ และหลายชนิด ทั้งสบู่เหลว สบู่ก้อน หลายคนอาจสงสัยว่าจะเลือกสบู่อย่างไรให้เหมาะกับผิว และช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดีขึ้น

การเลือกสบู่ที่ดีนั้น อย่างแรกควรดูที่ค่าความเป็นกรดด่างของสบู่ หรือที่เรียกว่า ค่า pH โดยถ้ามีค่า 0 -14 แสดงว่ามีความเป็นกรด แต่ถ้าตัวเลขค่า pH มากกว่านี้จะมีความเป็นด่าง โดยค่า pH ของผิวคนเราจะอยู่ 4.5 – 5.5

ต่อมาคือ การเลือกว่าจะใช้สบู่เหลว หรือสบู่ก้อน ก่อนที่จะตัดสินใจได้นั้น เราก็จะต้องรู้ก่อนว่าสบู่แต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร

สบู่กลีเซอรีน คือ สบู่ที่ทำมาจากกลีเซอรีน เป็นสารที่แยกตัวจากขั้นตอนการทำสบู่แบบเย็น มีลักษณะเหนียว ใส และหวาน สามารถดูดความชื้นจากอากาศมาไว้ในตัวได้ดี มีค่า pH ประมาณ 7 มีความชุ่มชื้นสูงและมีความเป็นด่างน้อย

สบู่เหลว เป็นสบู่ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับเจลอาบน้ำ แต่จริงๆ แล้วทั้งสองชนิดนี้ต่างกัน โดยสบู่เหลวดั้งเดิมแล้วทำมาจากสบู่กลีเซอรีนผสมน้ำให้มีความเหลวมากขึ้้น ส่วนเจลอาบน้ำเป็นส่วนผสมของสารชำระล้างกับสารเคมีอื่นๆ โดยที่เราสามารถกำหนดค่าความเป็นกรดเป็นด่าง และคุณสมบัติตามส่วนผสมที่เราใส่เข้าไป ด้วยสาเหตุนี้เราจะเห็นได้ว่าที่วางขายตามท้องตลาดจะมีค่า pH 5 ได้ แต่สบู่ก้อนไม่สามารถทำได้ ข้อดีของสบู่ประเภทนี้คือ สามารถเพิ่มสารเคลือบผิวเพื่อเก็บของชุ่มชื้นของผิวไว้ได้ดี

สบู่ไขมัน มีลักษณะทึบทำมาจากไขมันผสมกับด่าง มีค่าความเป็นด่างค่อนข้างสูง เวลาเราใช้จะรู้สึกว่าผิวฝืดตึง  เพราะด่างสามารถละลายไขมันที่มีค่าเป็นกรดได้ดี สบู่ชนิดนี้จึงมีคุณสมบัติในการทำความสะอาดสูง

(ที่มาข้อมูล: www.dek-d.com)

คุณสมบัติของสบู่ที่ได้จากกรดไขมันต่างชนิดกัน

น้ำมันมะพร้าว สบู่ที่ผลิตได้มีเนื้อแข็ง กรอบ แตกง่าย สีขาวข้น มีฟองมากเป็นครีม ให้ฟองที่คงทนพอควร เมื่อใช้แล้วทำให้ผิวแห้ง
น้ำมันปาล์ม ให้สบู่ที่แข็งเล็กน้อย มีฟองน้อย ฟองคงทนอยู่นาน มีคุณสมบัติในการชะล้างได้ดี แต่ทำให้ผิวแห้ง
น้ำมันรำข้าว ให้วิตามินอีมาก ทำให้สบู่มีความชุ่มชื้น บำรุงผิว ช่วยลดความแห้งของผิว
น้ำมันถั่วเหลือง เป็นน้ำมันที่เข้าได้ดีกับน้ำมันอื่น ให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่เก็บไว้ได้ไม่นาน มีกลิ่นหืนง่าย
น้ำมันงา เป็นน้ำมันที่ให้วิตามินอี และให้ความชุ่มชื้น รักษาผิว แต่มีกลิ่นเฉพาะตัว
น้ำมันมะกอก ทำให้ได้สบู่ที่แข็งพอสมควร ใช้ได้นาน มีฟองเป็นครีมนุ่มนวลมาก ให้ความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวแห้ง
น้ำมันละหุ่ง ช่วยทำให้สบู่มีฟองขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้สบู่เป็นเนื้อเดียวกันดี สบู่ไม่แตก ทำให้สบู่มีความนุ่มเนียน และช่วยให้ผิวนุ่ม
น้ำมันเมล็ดทานตะวัน ทำให้สบู่นุ่มขึ้น แต่ฟองน้อย
ไขมันวัว จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็งสีขาวอายุการใช้งานนานมีฟองน้อย ทนนาน แต่นุ่มนวล
ไขมันหมู จะได้สบู่ที่มีเนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
ขี้ผึ้ง ได้สบู่เนื้อแข็ง อายุการใช้งานนาน ฟองน้อย แต่ทนนาน
ไขมันแพะ ได้สบู่เนื้อนุ่ม ได้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ผิวนุ่มเนียน

(ที่มาข้อมูล: th.wikipedia.org)

เมื่อรู้จักสบู่แต่ละประเภทแล้ว ก็ต้องรู้ด้วยว่าเรามีผิวแบบไหน จะได้เลือกสบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิว โดยมีคำแนะนำดังนี้

สาวผิวมัน ควรเลือกใช้สบู่ไขมัน เพราะสามารชำระล้างไขมันได้ดี ลดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว แต่ถ้าใช้แล้วรู้สึกว่าผิวฝืด ตึงเกินไปก็ลองเปลี่ยนมาใช้สบู่กลีเซอรีนดู

สาวผิวธรรมดา ถือว่าโชคดีมากๆ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวแห้ง หรือการอุดตันของรูขุมขน สามารถใช้สบู่ประเภทไหนก็ได้คะ

สาวผิวแห้ง ควรหลีกเลี่ยงสบู่ไขมัน หากผิวแห้งไม่มาก สามารถใช้สบู่กลีนเซอรีนได้ แต่ถ้าแห้งมากๆ แนะนำให้ใช้เจลอาบน้ำ ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์สูงๆ ทั้งนี้เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณ

ส่วนสบู่ที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง คือ

1. สบู่ยา (medicated soaps) มีตัวยาประกอบอยู่ เช่น กำมะถัน กรดซาลิไซลิก เบนซอยล์เปอร์-ออกไซด์ และยาฆ่าเชื้อโรค ยาพวกนี้อาจใช้ได้ผลในการรักษาโรคผิวหนังบางอย่างจริง เมื่อผสมอยู่ในรูปของครีมและโลชั่น แต่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ยืนยันว่าตัวยาเหล่านี้เมื่อผสมกับเนื้อสบู่แล้วจะได้ผลประการใดต่อผิว ทั้งนี้เพราะเราฟอกสบู่เพียงชั่วครู่แล้วก็ล้างออก ยาจึงออกฤทธิ์ไม่ทัน สบู่ประเภทนี้ทำให้ผิวอักเสบระคายเคืองได้บ่อยจึงไม่แนะนำให้ใช้

2. สบู่ดับกลิ่นตัว (deodorant soaps) ตามปกติไม่ควรจะใช้บนใบหน้า กลิ่นตัวเกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียย่อยสลายของเหลวที่ต่อมเหงื่อ " อะโปครีน " หลั่งออกมา สบู่ดับกลิ่นตัวก็คือ สบู่ธรรมดาที่เพิ่มยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียลงไป เพื่อยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นบนผิวหนังทำงานได้ สบู่พวกนี้มักมีกลิ่นไม่หอม จึงนิยมผสมน้ำหอมลงไปเพื่อดับกลิ่นยา สบู่ดับกลิ่นตัวมักทำให้ผิวแห้ง แต่ถ้าเป็นคนที่มีกลิ่นตัว สบู่นี้ก็เหมาะที่จะใช้ถูตัวโดยเฉพาะบริเวณรักแร้

3. สบู่ขัดถู (abrasive soaps) มีเศษชิ้นส่วนเล็กๆ ปะปนอยู่ จุดประสงค์ของการใส่ชิ้นส่วนเล็กๆ ก็เพื่อถู ไถเอาชั้นขี้ไคลซึ่งเป็นผิวหนังส่วนนอกสุดที่ไร้ชีวิตแล้วออกไป โดยทั่วไปแล้วคนที่ผิวปกติไม่สมควรใช้สบู่พวกนี้ เพราะถ้าเป็นผิวแห้ง จะทำให้แห้งและระคายเคือง หากเป็นคนที่มีหน้ามัน ผิวมันมากจริงๆ สบู่ขัดถูนี้อาจช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ ในกรณีที่ผิวหน้ามีสิวหรือมีการอักเสบอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้ใช้สบู่ขัดถู ทั้งนี้เพราะจะทำให้ทั้งสิวและ ใบหน้าอักเสบระคายเคืองยิ่งขึ้น

4. สบู่ที่มีส่วนผสมของผลไม้ ผัก และสมุนไพร (fruit, vegetable and herbal soaps) คือสบู่หรือ  ดีเทอร์เจนที่มีการใส่ส่วนผสมต่างๆ" ตามธรรมชาติ " ลง ไปเพื่อเร้าความสนใจของผู้ซื้อว่า สบู่นี้จะช่วยดูแลรักษาสุขภาพผิวโดยสารธรรมชาติที่มาหล่อเลี้ยงและเป็นอาหารให้ผิวหนัง แต่แท้จริงแล้วส่วนประกอบของสบู่พวกนี้ไม่แตกต่างไปจากสบู่ทั่วไปเลย ส่วนผสมของผลไม้ ผัก และสมุนไพร ที่แต่งเติมลงไปอาจช่วยให้สบู่มีกลิ่นมีสีน่าใช้มากขึ้น แต่สารเหล่านี้โดยแท้จริงแล้วไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อผิว จะมีประโยชน์ก็แต่กับผู้ผลิต เพราะสบู่พวกนี้มีราคาสูง

(ที่มาข้อมูล: women.thaiza.com)

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สาวๆ ก็คงจะรู้แล้วว่าควรเลือกใช้สบู่ประเภทไหนให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง ที่สำคัญอย่าลืมหลีกเลี่ยงสบู่ที่ทำร้ายผิวสวยๆ ของสาวๆ ด้วยนะคะ


บทความที่เกี่ยวข้อง

มาทำความรู้จักกับสบู่น้ำหอมอาร์แกน 
10 เหตุผลดีๆ ที่ควรใช้ LA MAISON DU SAVON DE MARSEILLE


สบู่ดีๆ จากทั่วโลก

Monday, September 16, 2013

5 นิสัยดีๆ ที่ควรสร้าง

ภาพจาก http://www.dietihub.com
การที่เราจะมีสุขภาพดี สมบูรณ์ แข็งแรงได้นั้น สำคัญคือ เริ่มต้นที่ตัวเรา ต้องสร้างนิสัยที่ดีก่อน วันนี้เรามี 5 นิสัยดีๆ ที่ควรสร้างมาฝากกันคะ

1. กินอาหารเช้าที่อุดมด้วยโปรตีนในช่วง 30 นาทีหลังตื่นนอน ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน และอาหารโปรตีนสูงจะเพิ่มการเผาผลาญสูงขึ้น เมื่อเทียบกับอาหารเช้าแบบคาร์โบไฮเดรตสูง

2. เพิ่มความยืดหยุ่น เรามักตื่นมาด้วยร่างกายที่แข็งเกร็งเพราะอยู่ในท่าเดียวตลอดทั้งคืน การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพิ่มความกระฉับกระเฉง และลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ในระยะยาว เช่นเดียวกับตอนก่อนนอน การยืดกล้ามเนื้อก็ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต ช่วยให้ผ่อนคลาย และนอนหลับได้ดีขึ้น

3. ออกไปข้างนอกอย่างน้อยวันละ 30 นาที การได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทำให้ร่างกายได้สร้างวิตามินดีที่เราไม่สามารถได้จากอาหารเพียงอย่างเดียว และสำคัญต่อสุขภาพกระดูก โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด ลองหาเวลาออกไปข้างนอกให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อรับแดดและได้สูดอากาศบริสุทธิ์

 4.หาที่เงียบ ๆ อยู่คนเดียว โซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้เราถูกเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา และเกิดการรับข้อมูลจนล้น ลองหาเวลาและที่เงียบ ๆ อยู่คนเดียวจะแค่ 5 หรือ 10 นาทีก็ได้ ปิดโทรศัพท์หลับตา และผ่อนคลาย ด้วยการตั้งสมาธิกับลมหายใจ อย่ากังวลอะไร นี่ไม่ใช่เวลาที่จะกังวลเรื่องเดดไลน์ หรือบิลค่าใช้จ่าย การทำสมาธิช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข เพิ่มภูมคุ้มกัน และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

5. ลุกจากทำงานเป็นระยะ ลองคิดดูซิว่าคุณใช้เวลานั่งโต๊ะนานแค่ไหน ยืนขึ้นและลุกออกไปเป็นประจำ เพื่อป้องกันความเครียดทางสายตา และให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย การนั่งนานเกินไปก็สร้างแรงกดให้หลังส่วนล่างจนอาจทำให้ปวดหลังได้

ที่มา: health.kapook.com

Friday, September 13, 2013

ผลไม้ "ไม่ช่วยลดความอ้วน"

ภาพจาก http://www.langitberita.com/

สาวๆ หลายคนเชื่อว่าการทานผลไม้จะช่วยลดน้ำหนัก และทำให้หุ่นดีขึ้น แต่นั้นอาจไม่จริงเสมอไป เพราะการทานผลไม้บางชนิดก็ไม่ช่วยลดความอ้วนเลยสักนิด แถมช่วยเพิ่มน้ำหนักซะด้วยซ้ำ

สำหรับสาวๆ ที่อยากจะให้การทานผลไม้เป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก จำเป็นที่จะต้องเลือกทานผลไม้ที่ไม่มีน้ำตาลสูง และหลีกเลี่ยงผลไม้ดังต่อไปนี้คะ



ผลไม้ที่กิน แล้วอ้วนสุดๆ คือ  กล้วยไข่

อันดับ 2 คือ กล้วยน้ำว้า

อันดับ 3 คือ ขนุน

อันดับ 4 คือ กล้วยหอม

อันดับ 5 คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก

อันดับ 6 คือ ลำไยกะโหลกเขียว

อันดับ 7 คือ ลองกอง

อันดับ 8 คือ เงาะ

อันดับ 9 คือ ลางสาด

อันดับสุดท้ายน้ำตาลน้อยสุด คือ ละมุด


ส่วนผลไม้ที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ได้แก่ แอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วงดิบ มะละกอ และ แตงโม 

ที่มา: www.n3k.in.th