Wednesday, January 15, 2014

ออกกำลังกายตอนเช้าเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนัก


หลาย ๆ คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วน ส่วนใหญ่แล้วการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารการกิน คือทางออกที่ดีและไม่เป็นอันตรายที่สุดค่ะ และมักจะถูกใช้เป็นตัวเลือกต้น ๆ เลยคะ

แต่หลาย ๆ คนอาจยังไม่ทราบว่าเราน่าจะออกกำลังกายเมื่อไหร่ดี เช้า สาย บ่าย เย็น หรือก่อนนอน เวลาที่เหมาะที่สุดคือ ตอนเช้าหลังตื่นนอนค่ะ เพราะว่าการออกกำลังกายตอนเช้าจะทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานได้ดีกว่าออกกำลังกายเวลาอื่นๆ  รวมถึงเป็นการช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง คลายเครียดไปในตัว

อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านใดที่ต้องการใช้การออกกำลังเป็นวิธีลดน้ำหนัก เมื่ออ่านจบแล้ว คงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการตื่นนอนกันนิดนึงนะคะ ตื่นเร็วขึ้นอีกนิดชีวิตเปลี่ยนค่ะ

ที่มา: 108suaysai.com

Sunday, January 12, 2014

"สับปะรด" ผลไม้เพื่อสุขภาพ


หลายคนที่ชอบทานผลไม้โดยเฉพาะสับปะรด คุณรู้ไหมว่า ประโยชน์ของสับปะรดมีดีต่อสุขภาพ มากแค่ไหน หากคุณยังไม่รู้วันนี้เราจึงนำเอาความรู้เกี่ยวกับ ประโยชน์ของสับปะรด มาบอกกล่าวกันค่ะ

1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซีที่สำคัญคือ วิตามินซีช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ การรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านโรคให้แก่ร่างกาย แต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก

2. ช่วยในการย่อยอาหาร สับปะรดมีกากใยอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหาร และเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอลควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้สารแอนตี้ออกซิแดนต์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย

4. ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดการสูบบุหรี่ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งเต้านมเพราะสับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการก่อมะเร็ง และจากการศึกษาพบว่า เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด ป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่

5. ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 กำมือ จะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมะเร็ง ได้ถึง 20%

6. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินซีสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้

7. ช่วยยับยั้งการอักเสบ เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณ ใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล

หมายเหตุ : แม้ว่าสับปะรดจะมีประโยชน์มากแต่ก็ควรกินพอประมาณ เช่น วันละหนึ่งชิ้น และกินผลไม้อื่น ๆ ให้หลากหลายด้วยเพราะการกินอะไรที่มากเกินไปก็ย่อมให้ผลเสียทั้งนั้น

ที่มา: www.n3k.in.th

Friday, January 10, 2014

เคล็ดลับหน้าใสรับวันเด็ก


การมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าใสอ่อนกว่าวัย ผิวเนียนนุ่มเหมือนเด็ก คงเป็นความฝันของสาวๆ หลายคน จริงๆ แล้วฝันนี้ทำให้เป็นจริงได้ง่ายๆ คะ โดยปฏิบัติตามเคล็ดลับหน้าใสจากสาวๆ เแดนอาทิตย์อุทัย

สาวๆ ญี่ปุ่นนั้นจะใส่ใจกับการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก พวกเขาจะสอดแทรกการดูแลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ ลงในไลฟ์สไตล์ประจำวัน โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้คะ

กินพออิ่ม ชาวญี่ปุ่นยึดถือหลักการดูแลสุขภาพของ ไคบาระ เอ็กเค็ง (นักปราชญ์ยุคเอโดะ) มาช้านาน ซึ่งแนะนำให้กินแค่พออิ่มหรือกินอิ่มร้อยละ 80 แล้วเน้นอาหารที่มีไขมันต่ำ ทั้งปลา เต้าหู้ ข้าว ผัก และผลไม้ โดยใช้กรรมวิธีการปรุงไม่มาก เช่น นึ่ง ย่าง ต้ม ผัดเร็วๆ วิธีนี้ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี ทำให้ไม่อ้วนจนสุขภาพทรุดโทรมและดูแก่

จิบชาเขียว สารฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล และคาเทชิน (catechin) ในชาเขียว ช่วยต้านฟรีแรดิคัล (free radical) ในร่างกาย ที่เป็นตัวการทำร้ายเซลล์ผิวจนเกิดริ้วรอยบนใบหน้า

เดินแทนใช้รถ เช่น ไปทำงาน ไปทำธุระตามสถานที่ที่ไม่ไกลมากนัก การเดินเป็นการออกกำลังกายที่สร้างความสดชื่น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะกระตุ้นให้ใบหน้ามีเลือดฝาด

สังสรรค์ผ่อนคลาย หลังเลิกงานหรือช่วงวันหยุด ควรหาเวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อหายเครียดจากงานหรือชีวิตที่เร่งรีบ จะช่วยลดการเกิดฟรีแรดิคัลและท็อกซินในร่างกาย

กิน นอน พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำงานให้สมดุลแบบชีวจิตเป็นสุดยอดเทคนิคเพิ่มหน้าอ่อนใสได้สุขภาพเช่นเดียวกันค่ะ

ที่มา: women.mthai.com

Thursday, January 9, 2014

แตงซูกินีส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับคนลดน้ำหนัก


แตงซูกินีดีอย่างไร 

แตงซูกินีอยู่ในตระกูลเดียวกับฟัก น้ำเต้า และฟักทอง เป็นยาระบาย และขับปัสสาวะอย่างอ่อน ทั้งยังอ่อนโยนต่อระบบการย่อยอาหาร นอกจากนี้ยังหนักท้องทำให้อิ่มนาน และมีคุณสมบัติเป็นด่างช่วยลดกรดที่มีปริมาณสูงในอาหารปกติของคนส่วนใหญ่ และยังช่วยรักษาตับ ช่วยให้การเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญแตงซูกินีเป็นอาหารที่สูงด้วยใยอาหาร ช่วยบำรุงระบบการย่อยให้แข็งแรง ลดคอเลสเตอรอล และล้างพิษให้ร่างกาย เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

สารอาหารที่ได้จากแตงซูกินี

วิตามินซี
เบตาแคโรทีน
แคลเซียม
แมกนีเซียม
ฟอสฟอรัส
โพแทสเซียม
ใยอาหาร



เมนูอาหารลดน้ำนหัก (แตงซูกินีสอดไส้กุ้ง)

แตงซูกินี 8 ผลเล็ก ลวกสักหน่อย
หอมใหญ่ 1 หัว สับละเอียด
กระเทียม 1 กลีบ สับละเอียด
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศ 4 ผล สับละเอียด
ทาบาสโก 2 หยด
ใบไทม์ 1 ช้อนชา
กุ้งสุก 250 กรัม แกะเปลือก


ผ่าครึ่งแตงซูกินีตามยาว คว้านเนื้อออก และสับ ทอดหอมใหญ่ และกระเทียมด้วยน้ำมัน เติมมะเขือเทศ เนื้อแตงซูกินี และเครื่องปรุงรส ตั้งให้เดือดกรุ่น 10 นาที เติมกุ้ง เทใส่เปลือกแตงซูกินีปิดฝา และอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส หรือ 425 องศาฟาเรนไฮท์ หรือแก๊สระดับ 7 นาน 15 นาที หลังจากนั้นก็อร่อยกันได้เลยจ้า

ที่มา: looseweightwith100dietfoods.blogspot.com

Sunday, January 5, 2014

วิธีลดพุงง่ายๆ ได้ผลชัวร์


สาว ๆ หลายคนอาจจะกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่าง บางคนอาจจะหุ่นดีอยู่แล้ว แต่ทำไมพุงดันยื่นเสียนี่ ไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ เฮ้อ …. คงท้อใจกันสินะคะ

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการลดพุงมาฝากกันคะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่สาวๆ ทำได้เอง ไม่ต้องพึ่งหมอ หรือยาลดความอ้วนใดๆ และรับรองว่าได้ผลชัวร์ๆ คะ

อันดับแรกสาวๆ  ต้องมาดูกันว่าพฤติกรรมในการรับประทานอาหาเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ชอบดื่ม แอลกฮอล์ ชา กาแฟ หรือว่าชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม ก็ต้องงดกันเลยดีกว่านะ เนี่ยละ เป็นสาเหตุที่ทำให้สาวๆ มีพุงที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนไงละ

สาวๆ คนไหนที่อยากลดหน้าท้องเฉพาะก็ลองหันไปซิทอัพ วันละ 50-100 กันดูคะ นอกจากนี้ควรฝึกกล้ามท้อง (tranverse abdominis) เป็นประจำ ทำได้โดยการหายใจเข้าให้สุด และหายใจออกให้สุดพร้อมกับแขม่วดึงหน้าท้องเข้าให้สุดพร้อมกับเกร็งค้างไว้ คล้ายๆการฝึกโยคะ (abdominal vacumm) นั่นเองคะ

กิจกรรมอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม คือ  การขยันเดินขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์ เพราะเป็นการใช้พลังจากกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ หันมาทานโยเกิร์ตกันบ้างนะ เพราะว่าในโยเกิร์ตช่วยในเรื่องระบบย่อยอาหารและยังมีแบคทีเรียสำหรับปรับสมดุลและป้องกันเชื่อโรคได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังควรเข้านอนแต่หัวค่ำ และนอนประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพราะในการนอนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน

ตัวช่วยที่ดีที่สุดก็คือ น้ำเปล่า เพราะร่างกายจะนำน้ำไปใช้ในการเผาผลาญไขมัน โดยควรดื่มอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน หรือ 8-10 แก้ว นอกจากนั้นผักสดต่างๆ ก็สามารถช่วยดูดซับไขมันในอาหารได้ หรือจะเป็นแอปเปิ้ลและฝรั่ง  ก็ช่วยลดความหิวได้ดีเลยทีเดียวละคะ

ลองนำไปทำกันดูนะ เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก แต่ว่าทำแล้วได้ผลเป็นอย่างแน่นอน

บทความโดย นันทพร คำยอด

Friday, January 3, 2014

6 สุดยอดเครื่องดื่มสลายหน้าท้อง


"น้ำ" ที่ทำให้หน้าท้องของเราแบนเรียบใช่ว่าจะต้องมีรสชาติไม่น่าอภิรมย์เสมอไป ลองกินน้ำเหล่านี้ดูแล้วคุณจะติดใจ!



1. น้ำเปล่าเสริมรส การทำให้ร่างกายชุ่มชื้นอยู่เสมอ มีความสำคัญมากหากคุณต้องการจะลดน้ำหนัก การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ที่เป็นสาเหตุให้ท้องอืดป่องขึ้นมา) และแถมยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม จึงกินน้อยลง แต่ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ลองใส่สมุนไพรสด มะนาว ผลไม้ (หรือแม้แต่แตงกวาฝานก็ช่วยได้) เพื่อช่วยให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น



2. น้ำแตงโม ตราบใดที่คุณไม่ตักน้ำตาลเพิ่มลงในสมูธตี้ เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้อย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโซพีน ที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโนชื่อว่า อาร์จินีน ซึ่งการศึกษาตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียว จึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟ่บลงหน่อยนั่นเอง



3. ชามินต์ใส่น้ำแข็ง รสเย็นของมินต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มินต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และลดอาการท้องอืดได้ด้วย



 4. เฟลปเป้สับปะรด สัปปะรดมีสารที่เรียกว่า โบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย



5. ชาเขียว นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจแล้ว ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกาย



6. ดาร์กช็อกโกแลตเชค ขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่าง ในวันที่คุณรีบ มันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ!

ที่มา: health.kapook.com

4 อาหารลดไขมันรอบเอว


เจ้าความอ้วนนั้น เป็นตัวการร้ายที่ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไม่ยอมหายไปจากชีวิตของเราสักทีนะคะคุณสาวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณรอบๆ เอวของตัวเรา แต่อย่าเพิ่งหมดหวังคะ วันนี้เรามีอาหารลดไขมันรอบเอวมาฝากกันคะ

มีผลการค้นคว้าวิจัยออกมาแล้ว ว่าอาหารเหล่านี้สามารถะช่วยลดปริมาณไขมันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณไขมันรอบๆ เอว หรือที่ใครๆ หลายคนมักจะเรียกจนติดปากว่า ห่วงยาง นั่นเองแหละค่ะ ….



1. อะโวคาโด : อุดมไปด้วยสารเบตาซิสโตสเตอรอล ซึ่งช่วยในการดูดซึมของคอเลสเตอรอล มีเส้นใยอาหาร ทั้งชนิดที่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยในการขจัดเจ้าคอเลสเตอรอลส่วนเกินให้ออกไปจากร่างกาย และชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะช่วยในการป้องกันอาการท้องผูก ปริมาณของอะโวคาโดที่แนะนำให้รับประทานต่อ 1 วัน คือ ครึ่งถ้วย



2. บร็อกโคลี่ : นักค้นว้าวิจัยได้ระบุเอาไว้ว่า สารอาหารที่อยู่บร็อกโคลี่อย่างแคลเซียมนั้น จะช่วยทำให้ร่างกายสามารถที่จะเผาผลาญแคลอรีที่ได้สะสมเอาไว้จนเป็นไขมันส่วนเกินได้ และบร็อกโคลี่ก็เป็นผักที่เป็นแหล่งของสารอาหารอย่างแคลเซียม ซึ่งไม่มีไขมันอยู่เลย ปริมาณของบร็อกโคลี่ที่แนะนำให้รับประทานต่อ 1 วัน คือ 1 ถ้วยครึ่ง ถึง 2 ถ้วย



3. ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ : ในถั่งแล้วเมล็ดพืชต่างๆ จะมีสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะในถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน ปริมาณแนะนำให้รับประทานต่อ 1 วัน คือ 2 ช้อนโต๊ะ



4. น้ำมัน : ควรจะเลือกกินน้ำมันที่มีประโยชน์ในการช่วยลดน้ำหนักได้ น้ำมันพืชต่างๆ ที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้ ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันชา น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน ปริมาณแนะนำให้รับประทานต่อ 1 วัน คือ 1 ช้อนโต๊ะ

นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย ก็คือต้องทำการออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีความสวยสดใสอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ …

ที่มา: www.shape.in.th