Tuesday, October 15, 2013

7 งานบ้านช่วยเผาผลาญแคลอรี่


คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลาย (ถ้าคุณเป็นหนุ่มที่ทำงานบ้านเองล่ะก็ คุณก็รวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยค่ะ) ที่ทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ กลับบ้านก็ต้องจัดการงานบ้านให้เรียบร้อยสะอาดตาเข้าที่เข้าทาง จนไม่มีเวลาปลีกตัวไปออกกำลังกายจริง ๆ จัง ๆ หากกลัวว่าปล่อยไว้แบบนี้แล้วเดี๋ยวจะอวบตันหุ่นไม่สวยก็โล่งใจได้ค่ะ

เพราะว่างานบ้านทั้งหลายที่คุณได้หยิบได้จับอยู่ทุกวันก็นับเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่งด้วยเช่นกัน แถมยังได้ประโยชน์สองเด้ง ทั้งบ้านก็เรียบร้อยน่าอยู่และคุณก็ได้เบิร์นพลังงานนำสารอาหารตาง ๆ ที่ทานเข้าไปออกมาเผาผลาญได้ด้วย งานบ้านทำเพลิน ๆ แต่ได้ออกกำลังกายไปด้วยจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ



1. กวาดบ้าน ถูบ้าน
การกวาดและถูบ้านรวมถึงการดูดฝุ่น (สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านสมัยใหม่) เป็นการเคลื่อนไหวออกกำลังกายทั้งท่อนบนและท่อนล่าง หากคุณใช้เวลาดูดฝุ่นหรือกวาดทุกซอกทุกมุมในบ้านสักครึ่งชั่วโมง คุณสามารถเผาผลาญพลังงานได้ราว 376-752 แคลอรี่เลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว น้ำหนักของเครื่องดูดฝุ่น และการออกแรงของคุณ หลังจากกวาดกำจัดฝุ่นผงเสร็จไปขั้นตอนหนึ่งแล้ว ขั้นต่อมาก็คือการถูพื้น ยิ่งถ้าคุณถูด้วยมือโดยการคุกเข่าลงไปถู แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปสักนิดแต่วิธีนี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีเชียวคะ โดยการถูบ้านครึ่งชั่วโมงจะใช้พลังงานราว 111-222 แคลอรี่เลยทีเดียว



 2. ล้างจาน
งานเก็บกวาดจานชามมาล้างให้สะอาดช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้เช่นกัน แม้จะไม่มีการขยับเคลื่อนไหวของร่างกายมากมายนัก แต่อย่างน้อยมันก็ใช้พลังงานราว 63 แคลอรี่ต่อครึ่งชั่วโมง และอาจเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัวเป็น 126 แคลอรี่ หากคุณหยิบจานที่สกปรกมาก ๆ มาล้างซ้ำอีกครั้ง หรือต้องออกแรงในการล้างมากกว่าปกติ อย่างการล้างกระทะหรือขัดหม้อค่ะ



 3. ซักผ้า
แม้การซักผ้าเดี๋ยวนี้จะเปลี่ยนรูปแบบจากการซักมือไปเป็นซักด้วยเครื่องซักผ้าที่แสนสะดวกสบาย แต่อย่างน้อยขั้นตอนในการแยกเสื้อผ้า กลับผ้าก่อนซัก รวมถึงการคลี่สะบัดและตากผ้า ก็ช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้สัก 75-100 แคลอรี่แล้วล่ะ



 4. เช็ดหน้าต่าง เช็ดกระจก
หน้าต่างเป็นหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่บ้านไหนๆ ก็ต้องมี บางบ้านที่เป็นหน้าต่างโปร่ง ๆ อันเป็นทางผ่านของลมยิ่งต้องเช็ดให้สะอาด ลมจะได้ไม่หอบฝุ่นที่จับตัวอยู่เข้ามาในบ้าน ส่วนบ้านไหนเป็นหน้าต่างกระจกก็ต้องเช็ดขัดถูให้สะอาดใสเพื่อความสวยงาม ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงที่คุณเช็ดหน้าต่างนี้สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 150 แคลอรี่ ยิ่งในกรณีที่ต้องมีการปีนป่ายหรือต่อเก้าอี้เพื่อเช็ด ก็จะยิ่งต้องการพลังงานมากขึ้น และหากบ้านใครหลังใหญ่ ๆ มีหน้าต่างเยอะ ๆ ล่ะ ก็คุณคงต้องใช้เวลามากเกินครึ่งชั่วโมงในการทำความสะอาดมันแน่นอน



 5. จัดเตียง
เตียงนอนผ้ามีผ้าปูตึงเปรี๊ยะ หมอนนุ่ม ๆ ฟู ๆ วางพร้อม ช่างเรียกร้องให้โถมกายลงไปนอนเสียจริง ๆ และวิธีการจัดเตรียมเตียงนอนให้น่านอนก็เป็นการออกกำลังกายได้ด้วย การที่คุณดึงผ้าปูเตียงทุกมุมให้ตึง พับผ้าห่ม ตบหมอน วางจัดเรียงให้พร้อม ช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานไปได้คราวละ 70 แคลอรี่ในทุกๆ วัน



 6. ตัดหญ้า
 สำหรับบ้านที่มีบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน เมื่อคราวที่หญ้าเริ่มงอกยาวจนดูรกตาก็ได้เวลามาออกกำลังกายกันสักยก การตัดหญ้าด้วยเครื่องตัดหญ้าที่คุณต้องออกแรงผลักและเข็นให้มันไปตัดหญ้าในพื้นที่ที่ต้องการสักครึ่งชั่วโมงก็ช่วยเผาผลาญพลังงานไปได้แล้วอย่างน้อย 135 แคลอรี่ และอาจพุ่งขึ้นอีกเท่าตัวได้เลยหากเครื่องตัดหญ้านั้นค่อนข้างหนัก หรือต้องกำจัดวัชพืชในพื้นที่ ๆ เข้าถึงยาก อย่าซอกเล็ก ๆ หรือพื้นที่ขรุขระ



 7. ล้างรถ
พาหนะคันย่อมที่ช่วยพาเราไปไหนต่อไหนอย่างสะดวกสบาย แต่ถ้าใช้งานสมบุกสมบันไปหน่อย เจ้ารถคันเก่งก็ฝุ่นเขรอะขมุกขมัวได้ จึงต้องอาบน้ำให้มันสักหน่อย การล้างรถสักครึ่งชั่วโมงต้องการพลังงานอย่างน้อย 150 แคลอรี่ และจะยิ่งมากกว่านี้หากคุณอยากจะเสริมหล่อด้วยการขัดแว็กซ์ให้มันปลาบไปทั้งคัน

เห็นไหมคะ ไม่ต้องไปถึงฟิตเนสก็สามารถออกกำลังกายได้เช่นกัน เริ่มจากหยิบจับทำงานบ้านของเรานี่เอง ได้ทั้งบ้านสะอาด ๆ และหุ่นสวย ๆ ไปพร้อมกันด้วยคะ

ที่มา: health.kapook.com



15 กีฬาช่วยลดน้ำหนักสำหรับสาวๆ


การลดน้ำหนักให้ได้ผลดีนั้น ไม่ควรออกกำลังรูปแบบเดียวซ้ำๆ เพราะนอกจากจะทำให้เราเบื่อแล้ว ยังทำให้การเผาผลาญไขมันไม่ได้ผลเท่าเดิม เพราะเราเคยชินกับมันเกินไป ดังนั้นหากอยากให้การลดน้ำหนักได้ผลดีมากขึ้น สาวๆ ควรออกกำลังกายให้หลากหลาย วันนี้เรามีกีฬาดีๆ ที่ช่วยลดน้ำหนักมาแนะนำกันคะ


1. มวยไทย 
กีฬาดีๆ ของไทยที่ฝึกไม่ยาก ไม่ใช่แค่ผู้ชาย แต่สาวๆ ก็สามารถฝึกมวยไทยได้เช่นกัน ซึ่งกีฬานี้ช่วยเผาผลาญได้ถึง 1,000 แคลอรี่ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง รูปร่างกระชับ และกล้ามเนื้อแข็งแรงอีกด้วยคะ 


2. พิลาทีส 
กีฬาที่ผสมผสานรูปแบบการออกกำลังหลากหลายทั้งยิมนาสติก โยคะ ไทชิ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเสี่ยงต่อการบาดเจ็บในอาชีพ เช่น นักเต้นบัลเลต์, นักรักบี้ และความนิยมก็ยังแพร่ไปสู่เหล่าดารา Hollywood และดารา นักแสดงในเมืองไทย กีฬานี้ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สาวๆ มีหุ่นสวย กระชับ อย่างสาวไมลีย์ ไซรัส (Miley Ray Cyrus) นักร้องสาวเสียงดีจากอเมริกา ที่น้ำหนักลดไปกว่า 20 ปอนด์ด้วยพิลาทีส และขอบอกว่าหุ่นงามๆ ของสาวกาละแมร์ และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ก็ได้มาจากการฝึกฝนพิลาทีสอย่างต่อเนื่องคะ


3. โยคะ
โยคะช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย สร้างสมาธิ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย และลดความเครียดได้มาก โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน โดยการเล่นโยคะ 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานเฉลี่ย 200-400 แคลอรี่ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ผู้ที่ฝึกโยคะ รับประทานอาหารมังสวิรัติร่วมด้วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมน้ำหนัก และรักษาสรีระให้สวยงาม


4. แบดมินตัน 
แบดมินตันเป็นการออกกำลังกายที่ใช้อวัยวะทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมือ แขน ขา สายตาอันว่องไว และต้องอาศัยความสัมพันธ์กันระหว่างความแข็งแรง ความอดทน พลังความยืดหยุ่นของอวัยวะต่าง ๆ ความคล่องตัว ดังนั้นจึงทำให้ผู้เล่นมีสมรรถภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉลี่ยแล้วการเล่นแบดมินตัน 1 ชั่วโมง สามารถเผาผลาญพลังงานเฉลี่ย 200-800 แคลอรี่ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาระบบความคิด ปฏิภาณไหวพริบ รวมถึงการวางแผนให้เฉียบคมอยู่เสมอ และยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้พบปะเพื่อนฝูงเป็นประจำได้อีกด้วย


5. ว่ายน้ำ 
ว่ายน้ำเป็นกีฬาที่ผ่อนคลาย และปลอดภัยต่อแรงกระแทกที่ข้อต่อหัวเข่า แถมยังออกกำลังได้มากกว่ากีฬาบนบกในเวลาเดียวกัน เพราะว่าในน้ำมีแรงเสียดทานมากกว่าบนบกถึง 14% ดังนั้นทุกแรงที่คุณออกไปในน้ำจะให้ผลลัพธ์ในการเผาผลาญไขมันและกระชับกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการออกกำลังบนบก โดย 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญได้ 500-800 แคลอรี่

6. ปืนเขา
กีฬากลางแจ้งที่นอกจากจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า 500 แคลอรี่ต่อชั่วโมงแล้ว ยังทำให้สาวๆ ได้ฝึกสมาธิ การมีสติ การวางแผน การแก้ไขปัญหา และเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกด้วย


7. สเกตน้ำแข็ง
กีฬาชนิดนี้อาจจะหาที่เล่นได้ยากซักหน่อย แต่ถ้ามีแหล่งแล้วก็น่าสนใจไม่น้อยค่ะ เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังสูง สามารถเผาผลาญได้ถึง 1,700 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว น่าสนใจมากๆ แต่คงยากหน่อยนะคะที่จะเล่นในไทย


8. จักรยาน
แต่กีฬานี้ควรจะมีกลุ่มเพื่อนที่ขี่จักรยานไปด้วยกันก็จะยิ่งสนุกค่ะ ขี่จักรยาน 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 1,000 แคลอรี่


9. วิ่งเหยาะๆ หรือเดินเล่น
ควรเดินหรือวิ่งอย่างน้อย 40 นาทีขึ้นไป ถ้าวิ่งเหยาะๆ ก็จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ 1,700 แคลอรี่ต่อชั่วโมง แต่ถ้าเดินเล่นก็เผาผลาญได้ 1,000 แคลอรี่ต่อชั่วโมงเลยคะ


10. กอล์ฟ
ออกจะไฮโซสักเล็กน้อยนะคะ แต่ถ้าสามารถและมีกำลังทรัพย์พอก็สามารถที่จะเล่นกอล์ฟเพื่อลดน้ำหนักได้ค่ะ สามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 1,100 แคลอรี่ต่อชั่วโมงได้ ไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยคะ


11. ขี่ม้า
นี่ก็ไฮโซอีกเช่นกัน และหาที่เล่นยากซักหน่อย แต่ก็สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 1,000 แคลอรี่ต่อชั่วโมงได้เลยค่ะ


12. เต้นแอโรบิค
ได้รับความนิยมร้อยละ 11 สำหรับหนุ่มสาวเวิร์กกิ้งวูแมน เพราะการขยับร่างกายด้วยท่าทางต่าง ๆ ไปพร้อมกับเสียงเพลง นอกจากจะช่วยให้คุณสนุกสนานเพลิดเพลินและลืมเหนื่อยได้แล้ว ยังช่วยให้ระบบต่าง ๆ แข็งแรงขึ้นอย่างสัมพันธ์กัน ทั้งระบบกล้ามเนื้อ กระดูก การไหลเวียนเลือด การหายใจ รวมถึงการเผาผลาญพลังงานได้อย่างมาก โดยการเต้นแอโรบิก 1 ชั่วโมงนั้น สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 600 แคลอรี่ และขณะที่เรากำลังสนุกกับการเต้นด้วยท่วงท่าแปลก ๆ จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งก่อให้เกิดความสุข และที่สำคัญไม่ต้องแข่งขันกับใคร จึงทำให้ไม่เกิดความเครียดนั่นเอง


13. กระโดดเชือก  
การกระโดดเชือกเพียงเวลาสั้นๆ จะช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ร่างกายทุกส่วนจะได้ทำงานไปพร้อมๆ กันอย่างมีประสิทธิภาพ มือต้องทำงานประสานกับดวงตา รู้จักจับจังหวะ ถ้ากระโดดจนชำนาญแล้ว ก็ควรเร่งจังหวะหรือเปลี่ยนท่าในการกระโดดบ้าง โดยใน 1 ชั่วโมงสามารถเผาผลาญได้ถึง 700 - 1,100 แคลอรี่


14. กีฬาเพื่อการต่อสู้และป้องกันตัว
ศิลปะป้องกันตัว เช่น คาราเต้, ยูโด, เทควันโด  เป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายทุกส่วน ผู้เล่นต้องมีสมาธิและจังหวะที่แน่วแน่ นอกจากผู้เล่นจะได้ฝึกสมาธิแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อและแข็งแรง โดยการฝึกศิลปะป้องกันตัวนั้นช่วยเผาผลาญได้ประมาณ 700 - 1,100 แคลอรี่ต่อชั่วโมง


15. เทนนิส 
กีฬาดีๆ ที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ถึง 600 - 900 แคลอรี่ใน 1 ชั่วโมง ไม่จำเป็นที่สาวๆ จะต้องเล่นเป็นคู่หรือหาพาร์ทเนอร์ที่ไหนมาร่วมแข่งขัน แค่สาวๆ ได้ตบลูกเสิร์ฟไปมา ก็เป็นการออกกำลังกายส่วนหัวไหล่ หน้าแขน และสะโพกแล้ว

สำหรับสาวๆ ที่อยากออกกำลังกายแบบสนุก ด้วยโปรแกรมใหม่ๆ ทันสมัย ไม่ซ้ำใคร พร้อมกับผลลัพธ์ที่่น่าพอใจในเวลาอันรวดเร็ว ก็อย่ารอช้าคะ รีบมาทดลองออกกำลังกายด้วยกีฬาน้องใหม่ โดยสามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com

ที่มา: www.ladytip.com และ health.kapook.com และ www.manager.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง 


ศิลปะการป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงยุคใหม่



"Core Suspend" เคล็ดลับการสร้างหุ่นสวยกระชับในแบบฉบับผู้หญิงยุคใหม่

การออกกำลังกาย ให้เซ็กซี่…ดูดี ไร้ที่ติ
 


10 ประโยชน์ดีๆ ของการมีเซ็กส์


มีงานวิจัยหลายงานชี้ว่าการมีเซ็กส์นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยคะ

1. ได้ออกกำลังกาย กิจกรรมทางเพศเป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกาย ข้อมูลจาก นพ. ไมเคิล คิริเกลียโน จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า การมีเซ็กส์สัปดาห์ละสามครั้งจะช่วยเผาผลาญได้ราว 7,500 แคลอรี ในหนึ่งปี หรือเท่ากับการวิ่งถึง 75 ไมล์

2. เพิ่มการหายใจ ค่ำคืนแห่งรักสามารถเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเซลล์ และช่วยให้การทำงานของอวัยวะและเนื้อเยื่อมีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม

3. กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง กิจกรรมทางร่างกายใดๆ ก็ตามช่วยให้ระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนเพิ่มขึ้น พญ. คาเรน โดนาฮีย์ ผู้อำนวยการโปรแกรมการเยียวยาเรื่องเพศและชีวิตสมรส ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ในชิคาโก บอกเช่นนั้น ฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนเป็นที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษากระดูกและกล้ามเนื้อของผู้ชายให้แข็งแรง

4. ลดคอเลสเตอรอล การเมคเลิฟเป็นประจำสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมของร่างกายลงได้เล็กน้อย พร้อมกับมีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนระหว่างไขมันดีกับไขมันไม่ดีในทางที่ดีขึ้น

5. ลดความเจ็บปวด พญ. เบเวอร์ลี่ย์ วิปเปิล ประธาน American Association of Sex Educators ชี้ว่า เซ็กซ์สามารถทำให้ความเจ็บปวดจากโรคข้อ อาการปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดหัวลดลงได้ ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในระหว่างเกิดความตื่นตัวทางเพศ และการออกัสซั่มช่วยเพิ่มความอดทนต่อความเจ็บปวดให้มากขึ้น
6. ได้รับคุณค่าอาหารเสริมที่ไม่ต้องกิน DHEA (Dehydroepiandrosterone) หนึ่งในอาหารเสริมที่คนเรานิยมกินกัน เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาได้ในระหว่างการเมคเลิฟ โดยก่อนการออกัสซั่มและการหลั่ง ฮอร์โมน DHEA จะพุ่งสูงขึ้นกว่าเวลาปกติ 3-5 เท่า

7. ปกป้องต่อมลูกหมาก นักวิจัยชี้วว่าปัญหาเรื่องต่อมลูกหมากในผู้ชายอาจเพิ่มขึ้น หรือเลวร้ายลงด้วยการคั่งของของเหลวภายในต่อมลูกหมาก การหลั่งเป็นประจำจะช่วยชำระล้างของเหลวเหล่านี้

8. คลายเครียด ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเซ็กซ์เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดระดับความเครียด

9. สร้างความผูกพัน การสัมผัสในแบบรักใคร่และสนิทเสน่หา จะเพิ่มระดับของออกซีโทซินซึ่งเป็นฮอร์โมนซึ่งช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ ออกซิโทซินเป็นสารเคมีที่หลั่งโดยต่อมพิทูอิทารี และการหลั่งออกซีโทซินเป็นประจำอาจช่วยส่งเสริมให้มีการเมกเลิฟบ่อยขึ้น

10. เสริมฮอร์โมนแบบธรรมชาติ การเมคเลิฟเป็นประจำสามารถเพิ่มระดับเอสโตรเจนในผู้หญิง ปกป้องหัวใจ และช่วยให้เนื้อเยื่อในช่องคลอดมีความยืดหยุ่น พญ. คาเรน โดนาฮีย์ กล่าว

ที่มา: www.prachatalk.com


Sunday, October 13, 2013

8 คำถามสร้างวันแห่งความสุข

บางคนอาจคิดว่าความสุขและการประสบความสำเร็จ คือ การมีเงินมากมาย และสามารถซื้อหาอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ จึงไม่แปลกใจนักว่าทำไมแต่ละคนมุ่งแต่ทำงานหนักเพื่อหาเงินโดยลืมที่จะดูแลตัวเองและสนใจคนรอบข้าง

จริงๆ แล้วคำตอบของความสุขคือเงินอย่างเดียวหรือ เงินอาจจะทำให้เรามีความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ และเงินก็ไม่สามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ เงินไม่สามารถซื้อสุขภาพดีๆ เงินไม่สามารถซื้อความรัก และเงินไม่สามารถซื้อวันเวลาแห่งความสุขได้

การคิดในแง่บวกต่างหาก ทำให้เรามีความสุขได้ตลอดเวลา ถึงแม้ไม่มีเงินทองมากมาย แต่มองโลกในแง่ดี ก็ช่วยเปลี่ยนให้วันแย่ เป็นวันที่มีความสุขได้ และเปลี่ยนให้โลกทั้งใบ เป็นโลกที่น่าอยู่มากขึ้น

การใช้เวลาตั้งคำถามกับตัวเองทุกวัน เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เราจะได้บริหารความคิด และมีสติมากขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้ทบทวนว่าเราต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต และจะทำอย่างไรให้ชีวิตเป็นแบบที่เราต้องการ

1.  What is the most important thing I can do today for my own well-being?
อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถทำเพื่อตัวเองได้ในวันนี้ 

ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดีๆ เราก็ไม่สามารถดูแลใครได้ ก่อนจะเริ่มดูแลคนอื่นต้องรู้จักดูแลตัวเองให้เป็นเสียก่อน

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาทุกนาทีคือโอกาสที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำเพื่อตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก สร้างชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น สู้และตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ พยายามสร้างความฝันของตัวเองให้เป็นจริง จงใช้เวลาที่มีอยู่ คิดไตร่ตรองให้รอบคอบว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ และอะไรบ้างที่เราสามารถทำเพื่อตัวเอง

สิ่งสำคัญที่เราควรระลึกไว้เสมอก็คือ อย่าทำมากเกินกว่าความสามารถของตน เพราะนั่นเท่ากับเป็นการแบกความเครียด ความกดดันไว้บนบ่า และเป็นเหตุทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ทำเท่าที่เราจะทำได้ ค่อยๆ ทำไปทีละเล็กทีละน้อย เรียนผิด เรียนแก้ไปเรื่อยๆ พยายามเก็บเกี่ยวสิ่งใหม่ที่เราได้เรียนรู้อยู่เสมอ เพราะนั่นจะทำให้เราโตขึ้นทั้งอายุ และความคิด

หากวางแผนไว้แล้วว่าจะทำ จงทำให้สำเร็จ อย่ามัวรีรอ และมีข้ออ้าง ผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะรอให้ถึงพรุ่งนี้ก็สายไปเสียแล้ว

2.  How can I show my love to those I love?
เราจะแสดงให้คนที่เรารักรู้ได้อย่างไรว่าเรารักเขา

เราไม่จำเป็นแสดงตนว่าเราเป็นคนรักหรือเพื่อนที่ดีที่สุด แต่การมีความรับผิดชอบ และตระหนักอยู่เสมอว่าเรามีหน้าที่ดูแลคนที่เรารักต่างหาก คือ สิ่งที่จะทำให้สัมพันธ์ยืนยาว ความสัมพันธ์ของคนสองคนจะเป็นไปด้วยดี ราบรื่น และยาวนานนั้น ขึ้นอยู่กับคนสองคนที่ตั้งใจจะรักษาสัมพันธ์นั้น ไม่ย่อท้อเมื่อมีปัญหา และสู้ไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน

การถ่ายทอดความรัก ไม่จำเป็นต้องพูดบอกว่ารักพร่ำเพรื่อทุกวัน แต่เป็นการทำให้เห็น ด้วยการดูแล เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน คอยอยู่เคียงข้างกัน ไม่จำเป็นต้องทำมากเพียงเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายเห็นว่าเรารัก แต่ควรทำเป็นประจำ สม่ำเสมอ เพราะเรารักเขาและอยากทำให้เขามีความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น

3.  How can I encourage myself and others today?
เราจะกระตุ้นตัวเอง และคนอื่นได้อย่างไร

มีคนกล่าวไว้ว่าแรงกระตุ้น แรงจูงใจในการทำให้ความฝันเป็นจริงนั้นมักจะกับเราแค่ในเวลาสั้นๆ นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องกระตุ้นตัวเองทุกวันเพื่อที่จะทำให้เป้าหมายของเราสำเร็จ

เราอาจตื่นเต้น และมีแรงกระตุ้นตอนที่เราวางแผนในช่วงแรกๆ พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี มีหลายสิ่ง หลายอย่างเข้ามาในชีวิต อาจทำให้เราท้อ เราเบื่อได้ง่าย และละทิ้งความฝันหรือแผนที่ตั้งใจจะทำ ใครละจะมาช่วยเรา คนที่จะช่วยเราได้ คือ "ตัวเอง" เท่านั้น

ตัวเราเองต้องลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ฝัน หรือคิดไว้ว่าจะทำ หลังจากที่วางแผนแล้ว ต้องเชื่อมั่นว่าจะทำสำเร็จ เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในแผนที่เราวางไว้ หากท้อให้คิดที่ผลหรือเป้าหมายที่เราวางไว้ ทีสำคัญคือ กระตุ้นตัวเองอยู่ตลอดเวลา ท่องไว้เสมอ "เราทำได้ เราทำได้" หลังจากนั้นฝันก็จะกลายเป็นจริง

4.  What can I do to make a positive difference in the lives around me?
เราจะช่วยทำให้สังคมรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง 

การเป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยทำให้โลกนี้น่าอยู่มากกว่าการมีเงินเยอะๆ เป็นไหนๆ การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้คนรอบข้างมีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น เป็นความภาคภูมิใจที่ประเมินค่าไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นงานหนัก แต่ก็เป็นงานที่มีค่าที่จะลงมือทำ

จริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำงานใหญ่ หรืองานยาก เริ่้มจากงานเล็กๆ ง่ายๆ จากคนใกล้ตัว เช่น คนในครอบครัว แล้วค่อยๆ ขยายไปเป็นคนในสังคม และคนทั่วโลก หรือบางครั้งสิ่งเล็กๆ ที่เราทำ ก็ช่วยโลกได้มากเลยทีเดียว เช่น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้ ช่วยลดโลกร้อน เมื่อโลกไม่ร้อน คนในโลกก็อยู่สบายขึ้น เห็นไหมคะ ว่าคุณสามารถทำได้ง่ายๆ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ลองคิดดูว่ามีอะไรบ้างที่เราควรทำเพื่อคนอื่น จากนั้นก็เริ่มลงมือทำ

5.  How will I sincerely honor my own truth today
เราจะยอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ได้อย่าง 

ก่อนที่จะให้คนอื่นยอมรับในตัวเรา เราต้องยอมรับในตัวเองก่อน เราต้องรู้สึกดีในสิ่งที่ตัวเองเป็น และภูมิใจในตัวเอง ไม่ได้รู้สึกดีกับตัวเองด้วยคำชื่นชมของผู้อื่น เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว เราจะพยายามทำทุกอย่าง พยายามเป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เราเป็น เพียงเพราะต้องการได้รับคำชม ได้รับการยอมรับ และได้ความรู้สึกยินดี ภูมิใจกับคำยกย่อง คำสรรญเสริญนั้น เราสามารถมีค่าได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากคำชมจากผู้อื่น

เราจะไม่สามารถมีความสุขได้ ถ้าภายในใจเราไม่เป็นสุข ภายในใจยังไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี จริงอยู่ที่มันไม่ง่ายเลยที่เราทำได้ แต่มันมีค่าพอที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง ได้มีความสุขในแบบที่เราอยากจะเป็น และรู้สึกว่าตัวเองมีค่าโดยไม่ต้องเสียเงินมากมายเพื่อซื้อใจคนอื่น หรือดื้อรนทำตัวให้เป็นอย่างโน้น อย่างนี้เพียงเพื่อจะให้ได้คำคำสรรญเสริญ ยกย่องจากคนอื่นเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีคุณค่า มีตัวตนในสังคม

6.  What is my intuition telling me about my current path?
สัญชาตญาณบอกอะไรแก่เรา 

เป็นเรื่องที่ดีที่เราจะฟังคำแนะนำจากผู้อื่น แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ นั้นคืออะไร เราควรเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองด้วย ถ้ามันนำทางคุณไปในทางที่ดี ก็จงเชื่อมันและทำตาม

มันไม่สำคัญมากเท่าไหร่กับสิ่งที่คนอื่นบอกให้เราทำ แต่สำคัญที่เราจะเลือกสิ่งที่ถูกต้อง ถูกใจ และเข้ากับตัวเรามากที่สุด เพราะไม่มีใครรู้จักเราดีเท่ากับตัวเราเอง

บางครั้งสิ่งที่เราเลือกทำ มันอาจผิดพลาด ทำให้เราเสียใจ ก็จงเรียนรู้กับมัน อย่าน้อยมันก็ทำให้เราได้เรียนรู้ ไม่ทำผิดซ้ำซาก และเปลี่ยนแปลงตัวเอง พัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น

7.  What do I appreciate about my life right now?
อะไรบ้างที่ทำให้เรารู้สึกดีกับชีวิตตอนนี้ 

อย่ามัวมาเสียเวลาคิดถึง และมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เราไม่มี สิ่งที่เราอยากจะมี แต่เราไม่มี อย่ามัวอิจฉาผู้อื่นที่เขามีในสิ่งที่เราไม่มี แต่จงมีความสุข และพอใจกับสิ่งที่เรามีในปัจจุบัน

ถ้าเรามัวแต่คิดว่าอยากได้โน่นได้นี่ อยากเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ เราก็จะพยายามไขว้คว้าไม่มีที่สิ้นสุด ได้อย่างหนึ่งแล้ว เราก็จะอยากได้อย่างอื่นต่อ เราแทบจะไม่มีเวลาได้เชยชม หรือมีความสุขกับสิ่งที่เราหามาได้เลย เพราะมัวแต่เอาเวลาไปคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้สิ่งนั้น สิ่งนี้

หากเราอยู่กับปัจจุบัน พอใจ และยิ้มกับสิ่งที่เรามีวันนี้ ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม ลองมองไปรอบๆ ตัวเรา อะไรบ้างที่ทำให้เรามีความสุข เรามีเพื่อนที่ดีอยู่เคียงข้าง เรามีครอบครัวที่คอยดูแล เอาใจใส่เรา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่าที่เงินไม่สามารถซื้อได้ จงใช้เวลาทุกนาทีกับคนเหล่านั้น และรักษาไว้ให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเขาเหล่านั้นจากไปแล้ว เราไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้

8.  What would I like to remember about today?
อะไรบ้างที่เราอยากจดจำเกี่ยวกับวันนี้ 

ลองทำอะไรก็ได้ที่ทำให้วันนี้ของคุณเป็นวันที่น่าจดจำ และทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ เช่น ลองทำสิ่งใหม่ๆ มอบความรักให้แก่คนรอบข้าง อยู่กับความจริง แบ่งปันความสุข สร้างความฝันให้เป็นจริง ทำตามที่พูด ลองทำดูนะคะ ทุกๆ วันในชีวิตจะเป็นวันที่มีค่าสำหรับคุณ

หากอยากให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น ลองเปลี่ยนจากการทำงานหนักเพื่อหาเงินมากๆ มาลองตั้งคำถามดีๆ กับตัวเองดูนะคะ

ลองใช้คำถามข้างบน และพยายามหาคำตอบให้ได้นะคะ รับรองว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น เมื่อสติมา ปัญญาเกิด ความสุขก็อยู่ไม่ไกลคะ

ที่มา: www.marcandangel.com
แปลและเรียบเรียงโดย นันทพร คำยอด


Saturday, October 12, 2013

7 ประโยชน์ของการหัวเราะที่คุณควรรู้


ทราบหรือไม่คะว่าเบื้องหลังของเสียงหัวเราะนั้นมีประโยชน์มากมาย มาดูกันเลยคะว่ามีอะไรบ้าง

 1. หัวเราะช่วยลดอาการเจ็บปวด   เมื่อหัวเราะร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดได้ ตัวอย่างเช่น เวลาถูกฉีดยา หากเรารู้สึกเครียดกล้ามเนื้อจะเกร็งตัวทำให้รู้สึกเจ็บ แต่หากหัวเราะร่างกายจะเริ่มผ่อนคลายและความเจ็บปวดนั้นจะค่อยๆ ลดลง

2. หัวเราะแก้ซึมเศร้า การหัวเราะนั้นจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาทอย่างซีโรโทนิน (Serotonin) และโดพามีน (Depamine) เพิ่มมากขึ้นทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น ผ่อนคลาย

3. หัวเราะเพิ่มภูมิคุ้มกัน  การหัวเราะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเช่น ไข้หวัดได้

4. หัวเราะลดน้ำหนัก  เวลาเครียดร่างกายจะหลังฮอร์โมนเครียดที่ชื่อว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและกินมากขึ้น การหัวเราะ 30 วินาที - 5 นาทีสิบครั้งต่อวันจะช่วยให้ความอยากอาหารลดลง มีผลให้การควบคุมน้ำหนักดีขึ้นด้วย


5. หัวเราะบริหารหัวใจ การหัวเราะเพียง 15-20 นาที ช่วยให้หัวใจได้ออกกำลังกาย 3-5 นาที ถือเป็นการบริหารหัวใจง่ายๆที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่นอนอยู่บนเตียงและเคลื่อนไหวไม่ได้มากนัก

 6. หัวเราะบริหารกล้ามเนื้อ  ระหว่างที่หัวเราะจะช่วยกล้ามเนื้อบนใบหน้า 12 ชนิดและกล้ามเนื้อบริเวณร่างกายอีก 15 ชนิด ได้ออกกำลังไปในตัวด้วย

7. หัวเราะบริหารปอด การหัวเราะทำให้กะบังลมเคลื่อนไหว ช่วยหมุนเวียนอากาศในปอดช่วยให้ปอดสามารถขับอากาศเสียและรับออกซิเจนเข้าปอดได้อย่างเต็มที่

รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมหัวเราะเป็นประจำนะคะ :)

ที่มา: board2.yimwhan.com


8 กิจกรรมที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น


"การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ" ทุกๆ คนสามารถสร้างพรอันประเสริฐนั้นได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครช่วย  มาดูกันเลยคะว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะเรามีสุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคภัยมาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ

1. ยิ้มและหัวเราะ การยิ้มและหัวเราะเป็นประจำช่่วยแก้โรคซึมเศร้า ลดความเครียด ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น มีความจำที่ดีขึ้น และช่วยป้องกันโรคหัวใจ ที่สำคัญคือ ช่วยลดน้ำหนักคะ เพราะเวลาเครียดร่างกายจะหลังฮอร์โมนเครียดที่ชื่อว่าคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารและกินมากขึ้น การหัวเราะ 30 วินาที - 5 นาทีสิบครั้งต่อวันจะช่วยให้ความอยากอาหารลดลง มีผลให้การควบคุมน้ำหนักดีขึ้นด้วย 

2. ตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะต้นไม้มักจะผลิตออกซิเจนตอนเช้าๆ การตื่นแต่เช้าตรู่ทำให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และสีเขียวของต้นไม้ยังดีต่อสายตาอีกด้วย พอมองนานๆ แล้วทำให้เรารู้สึกสบายตา

3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอนอกจากจะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนดี ผิวพรรณผ่องใส และทำให้จิตใจของเราผ่อนคลาย ลดความเครียด เกิดสมาธิมากขึ้น  โดยเฉพาะในตอนเช้า จำเป็นยิ่งที่จะดื่มน้ำประมาณ 1-2 แก้วหลังตื่นนอนเพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นระบบ

4. ทำงานบ้าน แน่นอนว่าการทำงานบ้าน ช่วยทำให้บ้านของเราสะอาดน่าอยู่ขึ้น และยังเป็นผลดีต่อร่างกายอีกด้วย คือ เราได้ออกกำลังกายไปในตัว ซึ่งการทำงานบ้านช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 100-250 กิโลแคลอรี

5. ไม่อาบน้ำทันทีหลังทานข้าว หลังจากทานข้าวควรรอประมาณ 30 นาทีก่อนที่จะอาบน้ำ เพราะขณะที่อาหารกำลังย่อย เลือดต้องไปเลี้ยงกระเพาะเพื่อช่วยย่อย แต่ถ้าเราไปอาบน้ำทันที จะทำให้เลือดต้องมาที่ผิวหนังก่อน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ทำให้เลือดส่งไปเลี้ยงที่กระเพาะน้อย ระบบย่อยก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ท้องอืด แน่นท้องได้คะ

6. ไม่กินอาหารเค็ม การกินอาหารเค็มมากๆ เป็นประจำ ทำให้สุขภาพแย่ นำไปสู่โรคไตและความดันโลหิตสูง

7. งีบหลับ จากการวิจัยพบว่า การที่เรางีบหลับนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ช่วยเพิ่มความจำ ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น และทำให้เรามีอายุยืน

8. ออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหนักหรือหักโหม ในแต่ละวันควรออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ เช่น วิ่ง เดินขึ้นลงบันได จะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด และระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น


ที่มา: shelookbook.com
แปลและเรียบเรียงโดย นันทพร คำยอด



Friday, October 11, 2013

"Core Suspend" เคล็ดลับการสร้างหุ่นสวยกระชับในแบบฉบับผู้หญิงยุคใหม่

ภาพจาก http://absolute-pilates.com
หลายคนอาจงง สงสัยว่า "Core Suspend" มันคืออะไร แล้วทำให้ผู้หญฺิงมีหุ่นสวย กระชับได้อย่างไร มาทางนี้คะ เรามีคำตอบ

 "Core Suspend" เป็นการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ และกำลังเป็นที่นิยมในเหล่าดารา นักแสดง นางแบบในเมืองไทย เช่น เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, กาละแมร์ พัชรศรี เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยสร้างจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง เน้นการสร้างสมดุล ความแข็งแกร่ง และความมั่นคงให้ร่างกาย พร้อมบริหารข้อต่อ กล้ามเนื้อภายใน และสร้างกระดูกที่แข็งแรง รูปแบบการออกกำลังกายคล้ายๆ กับพิลาทีส (Pilates) แต่จะมีการใช้เสียงเพลงประกอบท่าเต้น พร้อมกับใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายๆ กับสลิง 2 เส้นติดอยู่กับเพดาน ให้ผู้ฝึกใช้โหนตัว ยืดตัว และลอยตัวกลางอากาศ เรียกได้ว่า เป็นการเรียนรู้การใช้เชือกเพื่อช่วยสร้างความสวย และสร้างรูปร่างให้กระชับ สมส่วนก็ว่าได้นะคะ "Learn ‘the ropes’ to get in shape"



การออกกำลังกายชนิดนี้ สามารถกำหนด และปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับความต้องการ และปัญหาทางร่างกายของผู้ฝึก และช่วยให้ผู้ที่ฝึกฝนได้รับประโยชน์หลายประการ ได้แก่ ลดน้ำหนัก ลดรอบเอว สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้แข็งแกร่ง บรรเทาอาการปวดไหล่และหลัง เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูสง่างาม และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกระดูก

นอกจากผู้ฝึกจะได้ประโยชน์ทางด้านร่างกายแล้ว ยังได้ประโยชน์ทางด้านจิตใจอีกด้วย กล่าวคือ การออกกำลังกาย หรือการลดน้ำหน้กทั่วไป ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการฝึกสมาธิ หรือการใช้จิตจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย นักเรียนมักจะทำตามที่ครูสอน หรือเทรนเนอร์ให้ทำเท่านั้น แต่กีฬาชนิดนี้ทำให้ผู้ฝึกจดจ่อกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ตื่นตัว และมีสติอยู่เสมอ เมื่อฝึกเป็นประจำจะช่วยให้ผู้ฝึกเกิดสมาธิ และมีจิตใจที่มั่นคงมากขึ้น

เวลาออกกำลังกายนั้น หลายคนมักจะยึดติด และให้ความสำคัญที่การลดน้ำหนักอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้ว การสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายเป็นอันดับแรก และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ฝึกเผาผลาญไขมัน และใช้กล้ามเนื้ออย่างถูกต้องไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งช่วยให้รูปร่างสมส่วน กล้ามเนื้อกระชับมากขึ้น เหมือนกับที่ Ole Eugenio ผู้ร่วมออกแบบ "Core Suspend" ได้กล่าวไว้ว่า "Always aim to be stronger, not skinnier. After all, strong is the new skinny"

"Core Suspend" เป็นกีฬาที่เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุก็สามารถฝึกได้ สำหรับคนที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มได้ ที่นี่

สำหรับสาวๆ ที่อยากออกกำลังกายแบบสนุก ด้วยโปรแกรมใหม่ๆ ทันสมัย ไม่ซ้ำใคร พร้อมกับผลลัพธ์ที่่น่าพอใจในเวลาอันรวดเร็ว ก็อย่ารอช้าคะ รีบมาทดลองออกกำลังกายด้วยกีฬาน้องใหม่ โดยสามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08 1660 0864 หรือ www.sanooklife.com


บทความที่เกี่ยวข้อง

รูปร่างสวยด้วย Yoga Fly

หุ่นสวยกระชับแบบอินเทรนด์ด้วย Pilates