Saturday, October 26, 2013

ประโยชน์ดีๆ ของ "ฟักทอง" ที่สาวๆ ควรรู้


ช่วงนี้ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ก็เห็นฟักทองประดับประดาอยู่ตามที่ต่างๆ เพราะฟักทองถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลฮาโลวีน นอกจากฟักทองจะเป็นผักที่ดูสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสาวๆ หลายประการอีกด้วยคะ เมื่อสาวๆ อ่านจบแล้ว รับรองต้องรีบไปซื้อฟักทองมาทำอาหารแทบไม่ทันคะ 

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ 

ในผลฟักทองนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิว ให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น

ฟักทอง ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะฟักทองมีกากใยที่สูงมาก มีแคลอรี่และไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพียงแค่รับประทานฟักทองหนึ่งถ้วยหรือ 3 กรัมจะทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

นอกจากนี้ฟักทองยังช่วยฟื้นฟูความสมดุลของระดับอิเลคโทรไลต์ในร่างกายหลังการออกกำลังกายอย่างหนักและทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้มีประสิทธิภาพ 

ไม่เพียงแต่ส่วนผลฟักทองเท่านั้นที่มีประโยชน์ ส่วนอื่นๆ ของฟักทองก็อุดมไปด้วยคุณค่าเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดฟักทองที่ช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotinin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ ส่วนเปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน สำหรับรากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ และช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อยได้

สาวๆ สามารถนำฟักทองมาทำอาหารได้หลายชนิด ทั้งอาหารว่าง เช่น น้ำฟักทองคั้นสด พายฟักทอง ฟักทองต้ม และอาหารมื้อหลัก เช่น ซุปฟักทอง แกงฟักทอง ผัดฟักทองใส่ไข่ หรือจะนึ่งฟักกินกับน้ำพริกก็ได้คะ 

แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่การรับประทานอย่างไม่เหมาะสมก็เป็นโทษได้ เช่น เพราะฟักทองมีฤทธิ์อุ่น จึงไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่กระเพาะร้อน เช่น ผู้ที่มักมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก มีแผลในช่องปาก เหงือกบวมเป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีอาการเหล่านี้ไม่ควรรับประทานฟักทองในปริมาณที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป แม้กระทั่งในคนปกติเองก็ตามก็ไม่ควรรับประทานอย่างไร้สติ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้

บทความโดย นันทพร คำยอด 


No comments:

Post a Comment